สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า แนวปฏิบัติดังกล่าวเน้นย้ำความสำคัญของการรับประทานผักในอาหารทุกมื้อและบริโภคผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ควรรับประทานผักสดอย่างน้อย 300 กรัมต่อวัน และให้มีผักใบเขียวเข้ม ครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผักทั้งหมด ส่วนผลไม้สดควรรับประทานระหว่าง 200-350 กรัมต่อวัน

ทั้งนี้ผักและผลไม้ไม่สามารถทานทดแทนกันได้ เนื่องจากทั้งสองอย่างมีความจำเป็นและคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกัน การรับประทานทั้งผักและผลไม้ จึงสำคัญต่อสมดุลของอาหาร ขณะที่ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต คีนัว และข้าวสาลีไม่ขัดสี เป็นแหล่งใยอาหาร วิตามินบี และแร่ธาตุจำเป็น โดยผู้ใหญ่ควรบริโภคธัญพืชไม่ขัดสี 50-100 กรัมต่อวัน และควรมีธัญพืชไม่ขัดสีเป็นส่วนประกอบอย่างน้อย 1 มื้อจาก 3 มื้อต่อวัน เพื่อรับประกันว่า ได้รับสารอาหารเพียงพอและดีต่อสุขภาพของระบบย่อยอาหาร

ส่วนผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำควรเน้นปลาที่มีไขมันสูง เช่น แซลมอน ปลาไหล และปลาแมคเคอเรล ซึ่งล้วนอุดมด้วยดีเอชเอ และอีพีเอ รวมถึงวิตามินดีและเอ สาหร่ายอย่างเคลป์ วากาเมะ และลาเวอร์ มีไอโอดีน วิตามิน เค และโฟเลต และอาหารทะเลที่มีเปลือก ยังช่วยให้ธาตุเหล็ก สังกะสี ไอโอดีน และแร่ธาตุที่จำเป็นอื่น ๆ

สำหรับปริมาณการบริโภคปลา กุ้ง และอาหารทะเลมีเปลือกที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ คือ 300-500 กรัมต่อสัปดาห์ แบ่งเป็น 1-2 มื้อ พร้อมแนะนำให้เด็ก สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และผู้สูงอายุบริโภคผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ หลายฝ่ายในจีนกำลังมีความกังวลเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับอัตราการเกิดโรคอ้วนที่สูงขึ้น โดยข้อมูลจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนระบุว่า อัตราการเกิดโรคอ้วนและน้ำหนักเกินรวมกันในผู้ใหญ่ชาวจีน สูงแตะ 51.2% ซึ่งหากไม่มีการแทรกแซงหรือแก้ไข ตัวเลขนี้อาจสูงเกิน 70% ภายในปี 2573.