ท่ามกลางกระแสข่าวว่า “กัมพูชาส่งหนังสือแจ้งยูเอ็น เกี่ยวกับข้อพิพาททะเลไทย หวังคลี่คลายปมพลังงาน 3 แสนล้านดอลลาร์”

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.69 นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตทูต โพสต์ว่า เข้าทางเขมรเต็มๆ ที่มันดูผิดปกติแต่แรกว่าทำไมต้องร้อนรนไปรีบยกเลิกขนาดนั้น วันนี้เริ่มนับถอยหลังโอกาสประเทศชาติเสียหายใหญ่หลวง

และแล้ววันนี้กัมพูชาก็ส่งเรื่องข้อพิพาททางทะเล ไทย-กัมพูชา ไปยังสหประชาติ ซึ่งก็คือใกล้เข้าสู่กระบวนการบังคับไกล่เกลี่ยโดย UNCLOS มากขึ้นเข้าไปทุกขณะที่คนอื่นเขาจะมาชึ้ถูกชี้ผิดให้เราเอง แทนที่จะเป็นการเจรจากันระหว่างสองประเทศตามเดิม

คำถามเบื้องต้น 3 ข้อ ในวันนี้ 1.ไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรแต่แรกที่จะต้องไปรีบเร่งยกเลิก MOU 44 ทั้งที่ความขัดแย้งหลักกับกัมพูชา คือเขตแดนทางบก?

2.เหตุใดจึงต้องรีบร้อนทำ ถึงขนาดไม่ศึกษาผลตามมาและแนวทางแก้ไขอื่นๆ ให้รอบคอบเสียก่อน นอกจากเหนือจากการไปเวที UNCLOS ที่ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเคยชี้แล้วว่าไทยมีโอกาสเสียมากกว่าได้สูง ซึ่งมันดูทั้งไม่เป็นมืออาชีพและไม่ปกตินัก

3.ที่เรากำลังเผชิญนึ้ อาจมีผลกระทบต่อทั้งอธิปไตยและผลประโยชน์มหาศาลทางพลังงานของเราในอ่าวไทย ที่หากปรากฏว่าเราต้องสูญเสียไปอย่างที่ไม่ควรต้องเสีย และปรากฏว่าผลจากการไปเวที UNCLOS กลับเอื้อประโยชน์ให้กัมพูชามากเรา

ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?  และเพราะอะไรเขาถึงทำสิ่งนี้?