เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากเพจ “เหยี่ยวข่าว” เกี่ยวกับกรณีเด็กหญิงวัย 9 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.โนนทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี ถูกเพื่อนนักเรียนชายรุ่นพี่ในโรงเรียนเดียวกันรังแก ทั้งขู่เอาขนม รีดเงิน และถึงขั้นทำร้ายร่างกาย จนเกิดรอยฟกช้ำและบาดแผลจากเล็บที่ต้นแขนขวาและหลังมือด้านซ้าย
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัว โดยมารดาของเด็กหญิงบี (นามสมมุติ)ซึ่งเป็นเด็กพิเศษที่มีพัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไป ได้โพสต์ภาพและข้อความสุดสะเทือนใจลงในโลกออนไลน์ ระบุว่า “ลูกเจ็บส่ำนี่ แม่สิเจ็บส่ำใด๋” พร้อมระบายความคับข้องใจที่ลูกถูกกระทำโดยไม่มีผู้ใดออกมารับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของเด็กหญิงที่ ต.โนนทอง อ.นายูง เพื่อสอบถามรายละเอียดจากนางดำ พันธุ์สง่า แม่ของน้องบี พร้อมนำชมร่องรอยการถูกทำร้าย และขอให้พาไปยังโรงเรียนเพื่อสอบถามมาตรการในการดูแลความปลอดภัยของเด็กนักเรียน
ต่อมา ผู้บริหารโรงเรียนได้เปิดห้องประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการการศึกษาในพื้นที่ โดยมีนายคำตา นา-คอก กำนันตำบลโนนทอง เป็นประธาน พร้อมผู้อำนวยการโรงเรียนและครูผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางในการป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำรอยในอนาคต
ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า หลังทราบเหตุได้เร่งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดทั้ง 8 ตัวที่มีอยู่ในโรงเรียน แต่ไม่พบภาพเหตุการณ์ จึงสันนิษฐานว่าเหตุอาจเกิดขึ้นบริเวณหน้าประตูโรงเรียนซึ่งยังไม่มีการติดตั้งกล้อง ทั้งนี้ โรงเรียนมีแผนจะติดตั้งกล้องเพิ่มเติมในจุดอับสายตา เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดเหตุในอนาคต ยืนยันว่า จะนำบทเรียนครั้งนี้ไปปรับปรุงระบบดูแลนักเรียนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมขอความร่วมมือจากผู้ปกครองในการสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานและแจ้งครูหากพบความผิดปกติ พร้อมกล่าวขอโทษต่อความรู้สึกของผู้ปกครอง และยืนยันว่าโรงเรียนไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้านมารดาของน้องบี กล่าวว่า ตนไม่ได้ประสงค์จะดำเนินคดีใคร แต่อยากให้โรงเรียนมีมาตรการดูแลเด็กอย่างรัดกุม ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กพิเศษหรือเด็กปกติก็ตาม โดยเฉพาะการป้องกันพฤติกรรมรังแกกันในโรงเรียน เพราะเด็กที่ถูกรังแกมักไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัว และขอให้ติดกล้องวงจรปิดในจุดที่เสี่ยง รวมถึงสนามเด็กเล่น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียนทุกคน



