สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่า กฎหมายฉบับแก้ไข ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็น “ตัวอย่างหายาก” ของนโยบายระดับชาติด้านความปลอดภัยจากความร้อนสำหรับพนักงาน และเกิดขึ้นหลังญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตในที่ทำงาน 30 ราย และผู้บาดเจ็บอีกราว 1,200 คน เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิสูง และผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ทำงานในภาคส่วนการก่อสร้างหรือการผลิต
กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลโตเกียวดำเนินการเสริมสร้างการป้องกัน หลังประเทศเผชิญกับอากาศร้อนจัดในช่วงฤดูร้อนของปีที่แล้ว โดยภายใต้กฎหมายฉบับแก้ไข ธุรกิจใดก็ตามที่เตรียมการรับมือกับคลื่นความร้อนไม่เพียงพอ จะได้รับโทษในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 500,000 เยน (ราว 114,000 บาท)
Companies in Japan face fines for failing to adequately protect workers from extreme temperatures under tougher legislation https://t.co/RKofI4MONC
— Bloomberg (@business) June 1, 2025
อนึ่ง โรคลมแดดเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากผลกระทบทางสาธารณสุขแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน รวมถึงมีความกังวลเพิ่มขึ้น เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย
ทั้งนี้ กฎหมายของญี่ปุ่นกำหนดให้นายจ้างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อระบุและช่วยเหลือคนงานที่แสดงอาการของโรคลมแดดอย่างรวดเร็ว อีกทั้งนโยบายต่าง ๆ ก็สนับสนุนให้บริษัทใช้ “ระบบบัดดี” หรือเพื่อนทำงานร่วมกันในหน่วยเดียว ตลอดจนแจกจ่ายอุปกรณ์สวมใส่เพื่อติดตามพนักงาน และจัดหายานพาหนะฉุกเฉินสำหรับการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิก.
เครดิตภาพ : AFP



