ถูกสนใจอยู่อย่างมากมายสำหรับเรื่องราวการยุติบทบาทผู้บริหารค่าย GeneLab และ 19 ในเครือ GMM Music เพื่อลุยงานบริหารค่ายเพลงอิสระของตัวเองของนักร้องดังอย่าง โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม ค็อกเทล วงดังที่เป็นขวัญใจแฟนๆ ทั้งประเทศ ล่าสุดหนุ่มโอมได้ร่อนจดหมายผ่านสื่อ เปิดตัวบริษัท ครึ่งเก้า จำกัด (Kruengkao Co., Ltd.) พร้อมจัดงานแถลงข่าว เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน ‘ครึ่งเก้า GROUP: INTO THE OTHER HALF’ โดยมีการเปิดตัวพาร์ตเนอร์ทั้ง 5 เสาหลักที่มีหนุ่ม โอม, ก้อง ห้วยไร่, จ๋าย ไททศมิตร และอีกสองคนเป็นเสาหลักในการบริหารงานที่แตกต่างออกไป

โดยหลังจบการแถลงข่าวทั้ง 5 คนได้มีการอัปเดตเรื่องราวให้ฟังว่า
แบงค์ หนึ่งในผู้บริหาร เผยว่า “ก็ได้ชักชวนกันมา ว่าเราอยากจะทำเพลงในลักษณะไหน แบบไหนที่เป็นการเสริมทัพให้กับครึ่งก้าว (ชื่อค่าย) แล้วกัน เป็นเพลงในแนวที่อาจจะไม่ได้ซ้ำกับอันเก่า หรือแต่ละคน ส่วนใหญ่เป็นเพลงไทย ฟังง่ายๆ ทำเพื่อคนไทย โดยจะมีอาจารย์ก้อง ห้วยไร่ เป็นผู้ดูแล (ยิ้ม)”
โอม เผยว่า “เปิดตัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาก็สดชื่นครับ จริงๆ ได้อยู่กับพี่น้องเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วครับ สดชื่นมากๆ (ยิ้ม) ครับ พอออกมาทำค่ายใหม่ เราก็อยากทำอะไรที่อยากทำเต็มที่ จะเป็นยังไง จะได้โล่งใจไปว่า จะได้ไม่ต้องมาคิดว่าฉันยังไม่ได้ลองทำแบบนี้เลย โชคดีเราได้พาร์ทเนอร์ที่ดี เรารู้ใจกัน เราทำงานด้วยกัน ผมว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เราอยู่ในองค์กรที่เอาความแตกต่างมาอยู่ด้วยกันแล้ว แล้วอยู่ด้วยกันได้อย่างดีได้ ถามว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ไหม เราไม่รู้หรอกครับ เราเชื่อว่ามันน่าจะเป็นในแบบที่ว่า เราเคยเพลย์เยอร์มาก่อน แล้ววันนี้เรามาทำเราก็รู้สึกว่าอะไรที่เราขัดข้องในเวลานั้น พอเวลาเปลี่ยนไป เราก็อยากทำให้มันไม่มีปัญหา”
“ที่มีศิลปินเพิ่มมา แสดงว่าเล่นละครเนียนใช่ไหม (ยิ้ม) คือเซอร์ไพร้ส์ครับ ไม่แน่ใจว่าจะคุยทันไหม ผมเป็นแฟนเพลงเขามาตั้งแต่เด็กๆ เพิ่งมาคิดได้เร็วๆนี้เอง อยากจะเปิดตัวให้มันมีกิมมิคนิดนึง จะมีเซอร์ไพร้ส์อีกไหม ผมว่าบางอย่างก็ต้องเก็บไว้ เพราะผมก็ไม่รู้ (หัวเราะ) เรื่องศิลปินเพิ่มอีกไหม ผมว่าปีแรกเราไม่ได้มีอะไรมาก เพราะต้องบริหารจัดการสิ่งที่มีอยู่ให้แข็งแรงให้ได้ก่อน เพราะว่าใช้เงินเยอะมากไม่ได้อะไรหรอก คือเราจะบอกว่าเราก็อยากจะทำให้ตรงนี้มันแข็งแรงให้มากที่สุด ตอนนี้มีคนสนใจส่งมา หมายถึงศิลปินเยอะมาก หลายทาง แต่เราต้องดูว่าเราไหวแค่ไหนก่อนในปีแรก เวลาเรารับใครเข้ามา เราดูแลชีวิตเขามันต้องทำให้เต็มที่ เรื่องกติกาอะไรใหม่ๆไหม คือผมว่ารอยรั่วมีอยู่เสมอ ในทุกยุคทุกสมัย เพราะผมว่าเรามีเจตนาจะอุดรูรั่วไปเรื่อยๆ ตอนนี้เรามองเห็นปัญหาแบบนี้แล้วเราก็เริ่มเข้าไปอุด เพราะรูปแบบของวัฒนธรรมและสื่อมันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เราพร้อมเป็นองค์กรที่ปรับตัวเพื่อให้การทำงานระหว่างทาเลนต์และค่าย และนักลงทุนสัมพันธ์มันราบรื่นอยู่ตลอดเวลา”
โอม เล่าต่อว่า “เรื่องผลงานศิลปินเป็นเจ้าของเองเลยไหม ผมเรียกว่า ผู้ประพันธ์ย่อมเป็นเจ้าของงานที่ตนเองประพันธ์ แต่ว่าในการจัดการที่นี้อาจจะมีคนหลายๆคนตั้งคำถามสงสัยว่าถ้าเราให้เขา สมมุติว่าผมลงทุนไป แล้วเขาเอาเพลงเราไป แล้วผู้ลงทุนจะถูกปกป้องยังไงได้บ้าง เพราะทุกคนก็ต่างลงทุนกันหมด เราเองก็ลงทุนเงินไป ผมว่าเราก็สร้างกติกา การดูแลสิทธิไม่ได้แปลว่า เพลงต้องเป็นของผม ผมได้รับการดูแลสิทธิในช่วงเวลาหนึ่ง พอคุ้มทุนแล้วเราสวิตชิงได้ โดยเขาก็สามารถที่จะเลือกว่าเขาอยากให้คนอื่นดูแล ผมอยากพนันตรงนั้นแบบที่ผมพูดบนเวทีว่า ถ้าเราดูแลดีใครจะเปลี่ยนแค่นั้นเอง เราต้องทำให้ดีเสมอ เพื่อให้เขาอยู่กับเรา เพลงดังๆสามารถเอามาร้องได้ไหม ได้อยู่แล้วครับ คือทางจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เป็นผู้ดูแล เมื่อเราจ่ายผลประโยชน์กลับไป มันก็ตามสิทธิอยู่แล้วบางครั้งเราชอบพูดในแง่ศิลปินว่า เขาเอาไปใช้ทำไมต้องจ่าย อย่าลืมว่าในบางครั้งการสร้างสรรค์งาน มันไม่ใช่แค่ศิลปินอย่างเดียว รวมถึงโปรดิวเซอร์ ผู้เรียบเรียง คนเขียนเพลง ในบางครั้งเราชอบมองแต่ว่า ศิลปินเขียนเองไง แต่มันมีเคสอื่นด้วยที่ มันมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยว การที่ให้เขาได้รับเงินอย่างทั่วถึงนั่นเองครับ ผมอยากให้มีความรู้สึกทางใจมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น รู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจได้มากขึ้น”
จ๋าย เผยว่า “จริงๆ ต้องขอบคุณจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เพราะได้ความรู้มาจากที่นั่น ตอนนี้เป็นผู้บริหารในค่ายด้วย พอมาทำค่ายตัวเอง ก็ค้นพบว่าตัวเองยังขาดระบบการจัดการที่ดีที่ อยากจะทำเพราะเราไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะผมอยากจะผลิตอย่างเดียว ก็เลยต้องการหลังบ้านที่แข็งแรง ก็เลยมาคุยพี่ๆ ถามว่ากลัวไหมในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ในการบริหารงาน ผมว่ามันไม่ได้น่ากลัวในเชิงธุรกิจครับ เพราะไส้ในเราก็ยังทำงานและผลิตผลงานออกมาเหมือนเดิม แต่มันเป็นวิธีการคิดและตกลงกันแบบใหม่มากกว่าว่าจะให้ความเป็นธรรมในเรื่องรายได้ต่างๆ ตกอยู่ที่คนทำงาน ในส่วนต่างๆ ยังไง เราต้องอัปเดตเรื่อยๆ ว่ามีปัญหายังไง เพราะอุตสาหกรรมและสื่อเปลี่ยนไปตลอด ตอนนี้มันเปลี่ยนไปไวมากๆ”




