เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของ “นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์” รอง ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา หรือ “หมอเจด” ได้ออกมาเล่าประสบการณ์จริงของตนเอง ลงในเพจเฟซบุ๊ก “หมอเจด” หลังตรวจพบว่าเป็น “ไขมันพอกตับระยะที่ 3” แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยโรคนี้ถูกตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจด้วยเครื่อง Fibroscan ที่โรงพยาบาล โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบ ได้แก่ น้ำหนักตัวมากกว่า 110 กก. รอบเอว 105 ซม. ไตรกลีเซอไรด์สูง และเคยเป็นเบาหวาน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไม่เคยรู้ว่าไขมันพอกตับอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่าง “ตับแข็ง” หรือ “มะเร็งตับ” ได้ หลังจากรู้ตัวจึงหันมาปรับพฤติกรรม ควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก และออกกำลังกาย จนล่าสุดผลตรวจพบว่าหายจากไขมันพอกตับแล้ว

โดยหมอเจด อธิบายว่า “ในฐานะที่ตัวเองเป็นหมอ และคนเป็นเบาหวานมาก่อน ซึ่งตอนนี้อยู่ในภาวะที่สงบแล้ว
จริงๆ แล้วช่วงนั้นคือช่วงที่มีปัญหา ผมไม่เคยรู้ว่าไขมันพอกตับจะอันตรายขนาดไหน อันนี้พูดด้วยความศักดิ์สิทธิ์เลยครับ บางครั้งเจอคนไข้ที่เป็นแบบนี้ ก็แนะนำให้เขาไปลดน้ำหนักครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้แต่เตือนว่า ไม่งั้นเดี๋ยวจะมีปัญหานะในอนาคตว่าอาจจะเป็นตับแข็งหรือเป็นมะเร็งตับได้”

อีกทั้ง ความเสี่ยงหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีภาวะไขมันพอกตับ มีดังต่อไปนี้
ข้อที่ 1 รอบเอวผมเกิน 90 เซนติเมตร ซึ่งจริงๆ แล้วผมเนี่ยมีรอบเอวอยู่ที่ 105 cm หรือเท่ากับเอว 42 นิ้ว
ข้อที่ 2 ไขมันในเลือดคือไตรกลีเซอไรด์ผมสูงมาก ล่อไปสักประมาณ 250
ข้อที่ 3 ไม่ต้องพูดถึงน้ำหนักนะครับ ซึ่งน้ำหนักประมาณ 110 กิโลกรัม ส่วนไขมันดีไขมันเลวไม่ต้องไปพูดถึงมันครับ เพราะฉะนั้นส่วนตัวแล้วเป็นคนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นไขมันพอกตับค่อนข้างเยอะมาก

นอกจากนี้ “ตอนนี้มาดูกันว่ารู้ตัวเองว่าเป็นได้ยังไง วันที่ตัวเองรู้ว่าเป็นไขมันพอกตับ ก็รู้ข้อความบังเอิญทั้งนั้นแหละครับ เนื่องจากว่าที่โรงพยาบาลมีการตรวจเครื่องที่ชื่อว่าไฟโบรสแกน (Fibroscan) ซึ่งคือเครื่องตรวจดูว่าไหมครับเราเนี่ยมีพังผืดหรือเปล่า ซึ่งก็ลองไปตรวจดูครับเพราะว่ามันฟรี ผมก็เลยได้ไปตรวจ วันนั้นจำได้เลยว่าเป็นคิวตรวจคนแรก เพราะว่ามีนัดผ่าตัดมะเร็งเต้านมตอน 08.00 น. ก็เลยรีบไปตรวจตั้งแต่ 07.30 น.”

“ผลปรากฏว่าตัวเองยิงเต็มข้อ ล่อเต็มแข้งเลยครับ เป็นไขมันพอกตับระยะที่ 3 แต่โชคดีมากที่ยังไม่มีพังผืดในตับ ในใจร้องตะโกนบอกว่า เป็นอีกโรคแล้วหรือนี่ ก็ต้องพูดกันตามตรงครับ วันนั้นก็ยังไม่รู้เหมือนกันครับว่า วิธีการดูแลรักษาตัวเองเนี่ยต้องทำอย่างไร เพื่อให้มันหายแล้วก็ดีขึ้นครับ เพราะว่าที่ผ่านมาก็คิดว่าลดความอ้วนมั้ง”

จนกระทั่ง “วันนี้ตัวเองหายจากไขมันพอกตับแล้ว ก็เพิ่งรู้ว่าความเสี่ยงที่เราเป็นไขมันพอกตับ ถ้าทิ้งไว้นานก็ว่าจะเป็นตับแข็งได้ และมีความเสี่ยงกับการเป็นมะเร็งตับในอนาคต มาถึงตอนนี้แล้วเนี่ย อยากจะแชร์วิธีที่จะดูแลเรื่องไขมันพอกตับให้ทุกคนฟังแล้วกันนะครับ ว่าจริงๆ แล้วไขมันพอกตับ มันมีปัญหาว่าเกิดจากการกินเหล้า กับการไม่กินเหล้านั่นเอง”

อย่างไรก็ตาม “ซึ่งจริงๆ แล้วเนี่ย การที่ผมเป็นเนี่ย ก็คิดว่าน่าจะมาจาก 2 วิธี ที่ควบคู่กัน เพราะเมื่อก่อนก็ชอบกิน แต่คิดว่าจริงๆ แล้วที่เป็นหนักๆ เนี่ย ก็น่าจะมาจากการที่เราเป็นเบาหวาน แล้วก็กินไม่รู้เรื่องมากกว่า เพราะฉะนั้น ก็อยากจะแชร์วิธีที่ตัวเองหายจากไขมันพอกตับให้ทุกคนฟัง เพราะจริงๆ แล้วผมเชื่อว่า ปัจจุบันนี้ปัญหาเรื่องไขมันพอกตับจะเป็นปัญหาสำคัญ ที่ทำให้หลายๆ คนเนี่ยเกิดปัญหาได้ อาทิ การเป็นเบาหวานในอนาคต, การเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ, เส้นเลือดสมองตีบ รวมไปถึงการเป็นตับแข็งในอนาคต”

ขอบคุณข้อมูล : หมอเจด