สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่า แม้การวิจัยดังกล่าว ยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญหรือตีพิมพ์ แต่รายงานของ ดร.ฟาง ฟาง จาง ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาโภชนศาสตร์ มหาวิทยาลัยทัฟส์ ทำการติดตามพยาบาลหญิงมากกว่า 47,000 คน อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงปี 2513

รายงานพบว่า มากกว่า 3,700 คน ซึ่งตอนนี้มีอายุ 70 ปีขึ้นไป เข้าสู่วัยชราอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี โดยไม่มีความบกพร่องทางสติปัญญา หรือปัญหาด้านความจำ รวมถึงไม่มีโรคเรื้อรัง 11 โรค เช่น มะเร็ง เบาหวานประเภท 2 โรคหัวใจ ไตวาย โรคพาร์กินสัน และโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณกาเฟอีนที่ผู้หญิงดื่มในวัย 45-60 ปี เชื่อมโยงกับโอกาสที่จะมีอายุยืนยาวอย่างสุขภาพดี เมื่อตัดปัจจัยอื่น ๆ เช่น อาหาร การออกกำลังกาย และการสูบบุหรี่ ผู้ที่บริโภคกาแฟมากที่สุดราว 8 ออนซ์ หรือ 240 มิลลิลิตร ต่อวัน มีแนวโน้มมีสุขภาพดีกว่าผู้ที่บริโภคกาเฟอีนน้อยกว่า 1 แก้วต่อวันถึง 13%

แม้การดื่มกาแฟวันละ 7 แก้วเล็ก ๆ ในแต่ละวัน จะส่งผลต่อการชราอย่างมีสุขภาพดี แต่ไม่ใช่ในทุกคน เนื่องจากในการวิจัยในกลุ่มตัวอย่างอื่น ๆ ชี้ให้เห็นว่า ประโยชน์ของกาแฟต่อสุขภาพอาจคงที่หรือลดลง เมื่อดื่มมากกว่า 3-4 แก้วต่อวัน

การศึกษาของ ดร.จาง พบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 1-3 แก้ว มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 9-11 ปีข้างหน้าน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟประมาณ 15% แต่ประโยชน์เหล่านี้จะหมดไป หากพวกเขาเติมน้ำตาลมากกว่าครึ่งข้อนชา หรือเติมไขมันอิ่มตัวมากกว่า 1 กรัม ซึ่งเทียบเท่ากับนมและครีมครึ่ง ๆ หรือนมสด 3.5 ช้อนโต๊ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น การศึกษานี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ความเชื่อมโยงของกาแฟต่อสุขภาพทั้งหมดได้ เนื่องจากทั้งกาแฟปกติและกาแฟดีแคฟ ซึ่งมีกาเฟอีนน้อยกว่า ต่างมีสารเคมีหลายร้อยชนิด ที่อาจช่วยลดการอักเสบ และป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ขณะเดียวกัน ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากมายที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ส่งผลดีต่อสุขภาพ เช่น รับประทานอาหารให้สมดุล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ และใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES