สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการจัดการกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ายอมให้มีการต่อต้านชาวยิวในสถาบันการศึกษา ระหว่างการประท้วงสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา

นางลินดา แมคแมน รมว.ศึกษาธิการสหรัฐ ระบุบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า มหาวิทยาลัยโคลัมเบียไม่สนใจต่อการคุกคามที่นักศึกษาชาวยิวเผชิญ รวมถึงกล่าวหาว่า มหาวิทยาลัยละเมิดการคุ้มครองภายใต้กฎหมาย “Title VI” ซึ่งห้ามมิให้ผู้รับเงินทุนของรัฐบาลกลาง เลือกปฏิบัติโดยพิจารณาจากเชื้อชาติ สีผิว หรือถิ่นกำเนิด

“หลังจากกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ผู้นำของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กระทำการโดยไม่สนใจต่อการคุกคามนักศึกษาชาวยิวในมหาวิทยาลัย ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่เพียงผิดศีลธรรมเท่านั้น แต่ยังผิดกฎหมายด้วย” แมคแมน กล่าวในแถลงการณ์

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐระบุเสริมว่า สำนักงานสิทธิพลเมืองได้ติดต่อไปยังหน่วยงานรับรองของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายตามข้อกล่าวหาแล้ว

ขณะที่โฆษกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัย “ตระหนักถึงความกังวล” ที่รัฐบาลวอชิงตันหยิบยกขึ้นมาหารือกับหน่วยงานรับรอง ซึ่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวอย่างจริงจัง และจะทำงานร่วมกับรัฐบาลกลาง เพื่อแก้ไขปัญหานี้ต่อไป.

เครดิตภาพ : AFP