เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พร้อมด้วย ท่านสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานในพิธีเทคอนกรีตเชื่อมสะพานบริเวณจุดกึ่งกลางสะพาน และพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยกรรมสิทธิ์ การใช้ การบริหาร และการบำรุงรักษาสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ณ จังหวัดบึงกาฬ และลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้าง ทล.212 สายโพนพิสัย-บึงกาฬ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระบบคมนาคมระหว่างไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ยกระดับการเดินทาง การขนส่งและโลจิสติกส์

นายสุริยะ กล่าวว่า ปัจจุบันการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) มีความคืบหน้าประมาณ 98% งานโครงสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการเก็บรายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการเต็มรูปแบบได้ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2568 เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและ สปป.ลาว ทั้งนี้ภายหลังจากการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 จะสนับสนุนให้มูลค่าการค้าชายแดน ไทย-สปป.ลาว เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท โดยสะพานแห่งนี้ จะเชื่อมต่อไปยังเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญ รวมถึงท่าเรือน้ำลึกของเวียดนามได้อีกด้วย ดังนั้นสะพานแห่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงร่วมกัน 

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า สำหรับราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีการเชื่อมโยงผ่านสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่แห่งแรก ระหว่างจังหวัดหนองคายและนครหลวงเวียงจันทน์ ในปี 2537 ต่อมาที่มุกดาหารและแขวงสะหวันนะเขต นครพนมและแขวงคำม่วน และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว และในวันนี้ได้สร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 สำหรับในอนาคตอันใกล้ ยังมีแผนจะดำเนินโครงการสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 6 เชื่อมจังหวัดอุบลราชธานีกับแขวงสาละวัน ซึ่งจะช่วยเติมเต็มโครงข่ายคมนาคม ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 ไม่ใช่เพียงแค่โครงสร้างทางกายภาพ หากแต่เป็นสะพานแห่งมิตรภาพ ความหวัง และอนาคตร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ และแขวงบอลิคำไซ ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้มั่นคงสืบไป

ด้านนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดี ทล. กล่าวว่า สะพานดังกล่าวเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรภายในปี 2568 โดยโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 เป็นโครงการฯ เชื่อมต่อกับ ทล.222 อำเภอเมืองบึงกาฬกับถนนสาย 13 เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ภายหลังพิธีเทคอนกรีตเชื่อมสะพาน ทล. จะเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการอนุญาตข้ามแดนต่อไป.