เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2568 บรรยากาศบริเวณ ด่านชายแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งปกติจะคึกคักไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวจากทั้งไทยและกัมพูชาในทุกวันอาทิตย์ กลับเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีคำสั่งปรับเปลี่ยน เวลาเปิด-ปิดด่านช่องสะงำ และลดวันทำการลง จากเดิมที่เปิดทุกวัน 07.00-22.00 น. มาเป็นเปิดเพียงวันจันทร์-วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารกัมพูชาและทหารไทยที่ช่องบก ทำให้ประชาชนไทยเรียกร้องให้มีการใช้มาตรการเข้มงวดในการตอบโต้ ด้วยเหตุนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 จึงลงนามในคำสั่งดังกล่าวเมื่อคืนวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจการค้าขายและการเดินทางสัญจร

นายสิน ลูกจ้างที่ตลาดนัดไทย-กัมพูชา เมืองใหม่ช่องสะงำ เล่าว่า ตั้งแต่เมื่อคืน พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่เดินทางข้ามมาเตรียมเปิดร้านที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ ต้องรีบเดินทางกลับประเทศก่อนเวลาปิดด่าน 22.00 น. และในวันนี้ด่านก็ปิดทำการตามประกาศใหม่ ทำให้ตลาดนัดต้องหยุดชะงักลงโดยไม่มีกำหนด ชาวบ้านต่างวิตกกังวลถึงสถานการณ์การปะทะกัน และไม่ทราบว่าตลาดจะสามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้งเมื่อใด

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของครอบครัวชาวกัมพูชาที่ประสบอุบัติเหตุใน จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา และเข้ารับการผ่าตัดสมองที่ฝั่งไทย หลังแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ก็เดินทางมายังด่านช่องสะงำเพื่อเดินทางกลับ แต่เมื่อพบว่าด่านปิด จึงจำเป็นต้องเดินทางกลับเข้ามาพักค้างคืนใน อ.ขุขันธ์ อีกหนึ่งคืน เพื่อรอให้ด่านเปิดทำการตามประกาศใหม่ในวันจันทร์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนโยบายชายแดนที่มีต่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนทั้งสองฝั่ง ซึ่งจำเป็นต้องรอการคลี่คลายสถานการณ์เพื่อให้กิจกรรมต่างๆ บริเวณชายแดนกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด






