เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 68 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีฆาตกรรมวางยาพิษที่มี นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย รวม 3 คดี ได้แก่ คดีหมายเลขดำ อ.839/2568 คดีหมายเลขดำ อ.1192/2568 และคดีหมายเลขดำ อ.1193/2568 ซึ่งมีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง
โดยการนัดตรวจพยานในครั้งนี้ จำเลยต้องขึ้นศาลเพื่อตรวจนัดพยานหลักฐานด้วยตนเอง จึงได้เบิกตัวแอม ไซยาไนด์ จากทัณฑสถานหญิงกลางมายังศาลอาญา โดยรถของทัณฑสถานได้เดินทางมาถึงศาลอาญาเมื่อเวลาประมาณ 08.35 น.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว นางสรารัตน์ ขึ้นมาจากห้องควบคุมผู้ต้องขังเข้าไปยังห้องพิจารณาคดี โดย แอม มีแววตาสีหน้าเรียบเฉย ผิวขาว ดูสุขภาพดีในชุดผู้ต้องขัง ไม่ได้ใส่รองเท้า สวมหน้ากากอนามัยสีชมพูอ่อน ใส่แว่นตากรอบดำ ผมสั้นประมาณบ่าแต่รวบมัดยางได้
สำหรับคดีหมายเลขดำ อ.839/2568 เป็นคดีการเสียชีวิตของ นางมณฑาทิพย์ ขาวอินทร์ ซึ่งได้กล่าวหา นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ จำนวน 4 ข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปลอมปนอาหารให้บุคคลอื่นใช้และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลักทรัพย์ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จากการสอบคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นางสรารัตน์ ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
โดยคดีดังกล่าว พนักงานอัยการฝ่ายโจทก์ได้ยื่นสืบพยาน จำนวน 31 ปาก ประกอบไปด้วย เครือญาติของผู้ตาย เพื่อนผู้ตาย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ธนาคาร ส่วนฝั่งจำเลยขอยื่นบัญชีรายชื่อพยานใหม่ เนื่องจากติดขัดปัญหาเอกสารไม่ครบ แต่เบื้องต้นจะยื่นสืบพยาน 7 ปาก ประกอบไปด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามีของผู้ตาย รวมถึง พ.ต.ท.วิฑูรย์ อดีตสามีของ นางสรารัตน์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในห้องพิจารณาคดียังมีคดีติดพันอื่นอีกหลายคดีและยังเหลืออีก 2 คดีของแอม ไซยาไนด์ ที่ศาลต้องตรวจพยาน คือ คดีหมายเลขดำ อ.1192/2568 และคดีหมายเลขดำ อ.1193/2568 ศาลจึงเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นช่วงบ่ายของวันนี้แทน
ต่อมาศาลนัดสอบคำให้การจำเลยและตรวจพยานเอกสาร คดี อ.1192/2568 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ให้การปฏิเสธ
ศาลสอบถามแนวทางต่อสู้คดีของจำเลย ซึ่งจำเลยแถลงว่า จำเลยกับ น.ส.กรรณิกา ตุลาเดชานุรักษ์ ผู้ตายรู้จักกันเป็นเพื่อนของเพื่อน นอกจากนี้จำเลยไม่ได้นำสารพิษโพแทสเซียมไซยาไนด์ปลอมปนใส่ลงในอาหารให้ผู้ตายรับประทาน จำเลยไม่เคยหลอกลวงผู้ตายและไม่เคยเอาทรัพย์ของผู้ตายไป
ต่อมาโจทก์แถลงว่า มีเอกสารที่จะให้จำเลยตรวจสอบรวม 31 ฉบับ ขณะที่ทนายความจำเลยแถลงไม่มีพยานเอกสารหรือพยานวัตถุที่จะส่งต่อศาล
โจทก์แถลงขอสืบพยานรวม 27 ปาก ใช้เวลา 5 นัด จำเลยแถลงขอสืบพยาน 4 ปาก ใช้เวลา 1 นัด
ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้สืบพยานโจทก์ 5 นัด สืบพยานจำเลย 1 นัด รวมทั้งหมด 6 นัด โดยกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 19 พ.ค. 2569 เวลา 09.00 น.
ส่วนคดีอ.1193/2568 ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลสอบถามแนวทางต่อสู้คดีของจำเลย ซึ่งจำเลยแถลงว่าจำเลยกับนางมณีรัตน์ พจนารถ ผู้ตายรู้จักกัน ผู้ตายเป็นพี่สาวของสะใภ้ของจำเลย และจำเลยไม่ได้นำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ปลอมปนใส่ในอาหารให้ผู้ตายรับประทาน
โจทก์แถลงว่ามีพยานเอกสารที่จะให้จำเลยตรวจสอบรวม 21 ฉบับ ซึ่งศาลรับไว้ ขณะที่ทนายความจำเลยแถลงไม่มีพยานเอกสารและพยานวัตถุที่จะส่งในวันนี้
ต่อมาโจทก์แถลงต่อศาลขอส่งสืบพยานรวม 20 ปาก ใช้เวลา 4 นัด ส่วนทนายความจำเลยแถลงขอส่งเอกสาร 5 ปาก ใช้เวลา 1 นัด
พิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้สืบพยานโจทก์ 4 นัด และสืบพยานจำเลย 1 นัด รวมทั้งหมด 5 นัด โดยกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 21 เม.ย. 2569 เวลา 09.00 น.
โดย นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ยังเหลือคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอีก 11 คดี.



