เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นราเดช ทิพรักษ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.1 บก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจน์ฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด และทีมพนักงานสอบสวน ร่วมกันประชุมวางแนวทางในการดำเนินการเรื่องที่มาเงิน 12 ล้านบาทที่พบในกล่องพลาสติกวางข้างถังขยะ บนชั้น4 อาคารพี2 คอนโดมิเนียมเมืองทองธานี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.สุรพล เผยว่า จากการให้ปากคำของ นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ได้ให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก และมีรายละเอียดค่อนข้างมาก โดยชี้แจงที่มาของเงิน 12 ล้านบาท ว่ามาจากรายได้ส่วนใดบ้าง ในช่วงห้าถึงหกปีที่ผ่านมา ในขณะนี้สามารถยืนยันได้ว่ากล่องเงิน 12 ล้านบาท ที่พบบริเวณถังขยะ บนชั้น 4 ของอาคารพี 2 คอนโดเมืองทองธานี เป็นกล่องเดียวกันกับที่อยู่ในห้องพักของ นายทวีวัฒน์ ซึ่งอยู่บนชั้น 5 ส่วนจะใช่เงินของนายทวีวัฒน์หรือไม่ หรือมีที่มาอย่างไรต้องรอการตรวจพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดก่อน
โดยพบว่าสายรัดธนบัตรระบุเดือน พ.ค. 63 ซึ่งในขณะนี้ต้องรอข้อมูลจากทุกภาคส่วน รวมถึงธนาคารกสิกรไทย เจ้าของเงินที่มีการเบิกจ่ายออกมาว่าเงิน 12 ล้านบาท มีการโอนเข้าบัญชีผู้ใดและโอนมาจากใคร ซึ่งต่อจากนี้จะมีการประชุมคณะทำงานชุดใหญ่กันทุกวันจันทร์ที่ บช.ภ.1 เพื่อเร่งไขข้อสงสัยให้กระจ่าง เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ.



