แม้ว่าความสัมพันธ์ฉันสามี-ภรรยาจะจบลงแต่ความเป็นพ่อแม่ยังคงอยู่ สำหรับ “โอ๊ต วรวุฒิ” และอดีตภรรยา “จีน่า อันนา” ที่ได้ควงกันมาเปิดใจพร้อมลูกๆ สองคน “โอลาฟ-โอเลิฟ” ในรายการ คุยแซ่บshow ซึ่งช่วงหนึ่งในรายการ โอ๊ตได้เผยถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากหลังตัดสินใจจบความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา พร้อมย้ำว่าสถานะ “เพื่อน” ระหว่างอดีตภรรยาตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อน โดย โอ๊ตเผยว่า
“เป็นเพื่อนกันดีกว่า อยู่ได้ยาวนานมากกว่า ในสถานะเดิมๆ เหมือนเราอาจไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไหร่ในช่วงหลังๆ เราต้องปรับเปลี่ยนสถานะเพื่อให้ลูกได้รับความรักอย่างเต็มที่ แล้วสถานการณ์ภายในครอบครัวก็ดีด้วย ให้โอกาสทั้งคู่ในการใช้สถานะแฟนกับคนอื่นโอเพ่น แล้วแต่ครับ เราปล่อยอิสระ ฟรี วันที่ตัดสินใจลดสถานะลงมา หนึ่งอย่างที่ยากมากคือการบอกลูกมีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกว่าลูกยังไม่พร้อม ลูกยังเล็กไปสำหรับเรื่องนี้ เราค่อนข้างต้องการความเข้าใจจากลูกด้วย ส่วนหนึ่งเราเลือกรอให้ลูกโตพอที่จะเข้าใจสิ่งที่มันเกิดขึ้นว่าเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากลูกไปไหนเลย”
“เรายังมีความรักให้ลูกสองคนเพียงพอเหมือนเดิม และมากขึ้นกว่าเดิมด้วย สุดท้ายเราก็มีเหตุผลของพ่อกับแม่เอง ถามว่าเขาเข้าใจมั้ย เขาบอกเขาเข้าใจ โอลาฟเป็นคนที่เข้าใจ แต่ช่วงแรกอาจมีสงสัยบ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่พร้อม เขายังอยากให้อยู่ด้วยกัน ไม่อยากให้แยกกัน พอเขาเสนอมาเราก็โอเค ตอนนั้นเราคุยกันจบแล้วเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวและการเปลี่ยนสถานะ เราต้องรักษาน้ำใจของลูกนิดนึง เราอยู่บ้านเดียวกันแต่แยกโซนอยู่ ใช้ส่วนกลางร่วมกัน ให้ลูกตื่นมาก็ยังเห็นว่าโอเค พ่ออยู่ แม่อยู่บ้านเดียวกัน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ความรักไม่มีเปลี่ยนแปลง ความเป็นพ่อแม่มันยากตรงที่จะทำยังไงให้บรรยากาศในการเลี้ยงดูเขามันปกติที่สุด อบอุ่นที่สุด ไม่ได้มีปัญหาใดๆ พ่อแม่อาจรู้สึกว่าสถานะเดิมอาจไม่เข้ากัน หรืออาจเพียงพอแล้ว แต่สถานะความเป็นพ่อกับแม่ก็ยังคงสมบูรณ์แบบเหมือนเดิมสำหรับลูก“

โอ๊ตเผยต่อว่า “เรามีกฎครอบครัวมั้ยว่าต้องเจอกันในแต่ละสัปดาห์ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวคริสเตียน เราก็จะเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ไม่ว่าวันเสาร์โรงเรียนลูกหยุด คนไหนไปอยู่กับคุณแม่ เราก็ให้เขาเลือก จะถามว่าลูกครับ วันนี้ใครอยากอยู่กับคุณแม่ ใครอยากอยู่กับคุณพ่อบ้าง เขาก็เลือก บางทีเขาก็ไปทั้งสองคน บางทีเขาก็ไม่ไป บางทีเขาก็แยกกันไป วันอาทิตย์ตอนเช้าเราไปเจอกันที่โบสถ์ เป็นวันครอบครัว”

จีน่า เผยว่า “ใช้เวลาสองปีกว่าจะบอกลูก สักพักใหญ่เลย เราคุยกันว่าได้เวลาแล้วแหละที่เราจะบอกเขาให้เขาเข้าใจ หลักๆ ลูกๆ อยู่กับคุณพ่อ แล้วก็สลับกัน อยู่กับแม่อาทิตย์ละ 2-3 วัน บางทีเอาคนโตมาอยู่ด้วย จะได้มีเวลาส่วนตัวกัน แผนอนาคตลูก คุณพ่อเขาอยากให้คนโตไปอยู่โรงเรียนประจำ อันนี้เราขัดกันตั้งแต่แรก เราไม่อยากให้ลูกไป เราไม่โอเคที่จะส่งลูกไปอยู่โรงเรียนประจำ แต่สักพักก็เริ่มเห็นด้วย อยากให้ลูกมีคนฝึกระเบียบวินัย อยู่กับพ่ออาจปล่อยเซอร์ไปนิดนึง”



ขอบคุณภาพประกอบจาก: คุยแซ่บShow



