สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่า รูบิโอกล่าวในแถลงการณ์ว่า มาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้ไม่ส่งเสริมความพยายามที่นำโดยสหรัฐ ในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง พาตัวประกันทุกคนกลับบ้าน และยุติสงครามในฉนวนกาซา

อนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ประกาศก่อนหน้านี้ว่า นายเบซาเลล สโมทริช รมว.คลังอิสราเอล และนายอิตามาร์ เบน-กวีร์ รมว.ความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล จะถูกห้ามไม่ให้เดินทางเข้าสหราชอาณาจักร และทรัพย์สินใด ๆ ในประเทศจะถูกอายัด

WION

อีกด้านหนึ่ง ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์ ก็ดำเนินมาตรการชุดใหม่ต่อรัฐมนตรีทั้งสองคนนี้เช่นกัน ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับการดำเนินการสร้างความขัดแย้งกับกลุ่มฮามาส

“เบน-กวีร์ และสโมทริช ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวปาเลสไตน์อย่างร้ายแรง ซึ่งการกระทำเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินใจดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ” รมว.การต่างประเทศของทั้งห้าประเทศ ระบุในแถลงการณ์ร่วม

ทั้งนี้ การคว่ำบาตรข้างต้นถือเป็นจุดแตกหักระหว่าง 5 ประเทศ กับสหรัฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของอิสราเอล โดยรูบิโอเรียกร้องให้พันธมิตร “อย่าลืมว่าใครคือศัตรูตัวจริง” และ “ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับอิสราเอล” เพื่อต่อต้านกลุ่มฮามาส

ขณะที่ นายกีเดียน ซาร์ รมว.การต่างประเทศอิสราเอล ประณามการคว่ำบาตรของ 5 ประเทศเช่นกัน โดยเขากล่าวว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ “รุนแรงเกินเหตุ”.

เครดิตภาพ : AFP