จากกรณีที่เพจนักวิจารณ์ชื่อดังได้ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับทักษะการแสดงของนักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง “หญิง-รฐา โพธิ์งาม” ในผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุด “ทนายปีศาจ” โดยพุ่งเป้าไปที่การแสดงออกทางสีหน้าของเธอ ซึ่งทางเพจมองว่าจุดที่ควรพัฒนาต่อไปคือกล้ามเนื้อบนใบหน้าบริเวณหน้าผากที่ดูตึงเกินไปจนไม่สามารถขยับได้ ส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารอารมณ์ของตัวละคร จนเหล่าคนบันเทิงและแฟนละครได้พร้อมใจกันออกมาโต้กลับทัวร์ลงยับเพจดังกล่าวมากมาย ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดพระเอกหนุ่มฮอต “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร” ได้เดินทางมาร่วมงาน OTOP Midyear 2026 ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นร้อนดังกล่าวในมุมมองของนักแสดงรุ่นน้อง โดยเจ้าตัวเผยทัศนคติสุดคูลเกี่ยวกับเรื่องบิวตี้สแตนดาร์ด (Beauty Standards) และการดูแลตัวเองของนักแสดงว่า
“สำหรับเรื่องโบท็อกซ์ที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนตัวคือเราไม่ได้ห่วงหล่อเพราะเราไม่หล่อ มีอะไรให้ห่วง (หัวเราะ) ส่วนที่มีนักวิจารณ์ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า นักแสดงห้ามฉีดโบท็อกซ์ เดี๋ยวจะแสดงสีหน้าไม่ได้ No ก็ขอตอบในฐานะเด็กคนหนึ่งได้ไหม เรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของผม เอาจริง คือไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นแทนยังไง สุดท้ายแล้วบิวตี้สแตนดาร์ดของแต่ละคนไม่เท่ากัน ผมพยายามพูดสิ่งนี้เสมอว่า ผมพยายามไม่เซตบิวตี้สแตนดาร์ดให้มันเกิดขึ้น เพราะผมไม่ใช่คนที่ขายจากหน้าตามาก่อน ผมเข้าใจสิ่งนี้ดี

แต่บางคน ถ้าสมมุติว่าคุณชอบแล้วผมจะว่าคุณทำไม ผมว่ามันไปถึงเบอร์ศัลยกรรมเลยด้วยซ้ำว่า ก็ถ้าคุณรู้สึกว่าทำแล้วดีเชิญครับ คือความมั่นใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ถ้าสมมุติถ้าพี่รู้สึกว่า บังเอิญเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แล้วเป็นอุปสรรคต่อการแสดง เราต้องหาทางเอาชนะมัน ถ้าสมมุติว่ามันตึงหน้าเราไว้จนเราขยับไม่ได้ ก็อาจจะต้องมีการกายบริหารจนเบรกมันให้ได้ ผมมั่นใจว่านักแสดงทุกคนเราใช้หน้าเยอะ เราแก่เร็วกว่าพี่ๆ หลายๆ คน ผมเชื่อว่าตัวผมเองก็ดูแก่ง่ายกว่าหลายๆ อาชีพ จริงๆ

ถามว่าส่วนตัวได้ดูซีรีส์เรื่องทนายปีศาจไหม ก็ชอบมาก ยังไงผมก็เอฟซีพี่ไก่ ผู้กำกับตลอดไป ถามว่าการแสดงของพี่หญิงเป็นยังไงบ้าง สำหรับผม ผมพูดตรงๆ ว่าไม่กล้าวิจารณ์การแสดงคนอื่นหรอก เพราะตัวผมเองผมก็ไม่ได้เก่งขนาดระดับปรมาจารย์ จะไปบอกใครได้ว่า นายเล่นเก่งมากนะ นายเล่นไม่ดีเลย ผมมองว่าผมมองโปรเจกต์กัน ผมรู้สึกว่าโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ที่ดี และควรสนับสนุน มันควรได้ไปต่อ มันมีโพเทนเชียลอีกมากมาย มันสะท้อนหลายๆ อย่างว่า โปรดักชันฝั่งเรา แอดวานซ์ที่เราสามารถมีทุนที่เราทำได้ เรามีบุคลากรที่พร้อมทำ โอเคผมอาจจะไม่ได้พูดทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าบุคลากรเกินครึ่งพร้อมจะพัฒนาขึ้นมาถึงจุดนี้เหมือนกัน แล้วผมเชื่อว่าไม่ต้องกลัวครับ ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม สุดท้ายทีวีวันนี้ก็อาจจะได้ขึ้นมาเหมือนกัน หวังว่ายังไม่อยากให้อุตสาหกรรมนี้ถูกทิ้งแล้วกัน ยังอยากเชียร์อัป ผมเอาใจฝากไว้ที่นี่แล้ว มันคืออาชีพผมเหมือนกัน”




