เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 14 มิ.ย. ด่านศุลกากรคลองใหญ่ จ.ตราด ได้รับแจ้งจากฝั่งศุลกากรเกาะกง ประเทศกัมพูชา ว่าห้ามนำผลไม้และสินค้าการเกษตรจากไทยเข้าเขตกัมพูชาโดยเด็ดขาด รวมทั้ง “ทุเรียน” ที่ห้ามผ่านแดนโดยเด็ดขาด
คำสั่งดังกล่าวสร้างความมึนงงให้กับผู้ประกอบการค้าไทยบริเวณชายแดนอย่างถ้วนหน้า โดยเฉพาะบรรดารถบรรทุกผลไม้ที่มุ่งหน้าไปยังตลาดจามเยี่ยมและกรุงพนมเปญ ซึ่งต้องหันหัวรถกลับมาฝั่งไทย
นายนิโรจน์ วัติรางกูร หัวหน้าชุด ด่านศุลกากรคลองใหญ่ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากฝั่งกัมพูชาว่า ทางรัฐบาลกัมพูชาได้แจ้งให้ทางศุลกากรเกาะกง ห้ามผู้ประกอบการขนส่งของไทยนำผลไม้ เช่น เงาะ มังคุด หรือผลไม้อื่นๆ รวมทั้งทุเรียนที่ห้ามนำเข้าอยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งเหตุผล เพียงแต่แจ้งว่า ฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาแจ้งมา จึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว โดยทางศุลกากรคลองใหญ่ ยังไม่ได้แจ้งให้กับผู้ประกอบการค้าผลไม้ทราบ แต่เชื่อว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องคงทราบในเรื่องนี้แล้ว ทั้งนี้ในแต่ละวัน ที่ด่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ในแต่ละวันจะมีผลไม้ (ยกเว้นทุเรียน) ส่งออกไปยังฝั่งกัมพูชาทุกวัน วันละ 30-40 เที่ยวรถบรรทุก 4 ล้อ แต่ละคันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 15,000-20,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการค้าผลไม้ตราด ได้รับผลกระทบในแต่ละวันไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก หลังเปิดด่านหาดเล็กแล้ว มีรถบรรทุกผลไม้กว่า 10 คัน เดินทางออกจากด่านหาดเล็ก ไปต่อคิวเพื่อเข้ากัมพูชา ในช่วงเวลา 09.00 น. จำนวนนับ 10 คัน และยังมีอีกที่ ต่อคิวเพื่อเข้าไปยังกัมพูชา เพื่อไปส่งที่ตลาดบ้านจามเยี่ยม และจะมีการคัดแยกเพื่อส่งไปจำหน่ายยังกรุงพนมเปญต่อไป
ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Thanawat Hks” โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ห้ามอีกแล้ว! ไม่มีประกาศล่วงหน้า รถขับกลับมาฝั่งไทยหลายคัน… เล่นแบบนี้ประชาชนตายทั้งเป็น” ขณะที่คอมเมนต์ต่าง ๆ ก็สะท้อนความไม่พอใจ เช่น “แกล้งกันไปแกล้งกันมา เอาคนหาเช้ากินค่ำเป็นตัวประกันหรือไง?”



