วันที่ 16 มิ.ย.ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นางสาวพาณิภัค เมฆเนย อายุ 55 ปี พร้อมครอบครัว ได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ และ นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิฯ เพื่อขอความช่วยเหลือและความเป็นธรรม หลังบิดาคือ นายสมาน เมฆเนย อายุ 84 ปี พลัดตกเตียงในโรงพยาบาลชื่อดังกลางกรุงเทพฯ ระหว่างเข้ารับการตรวจตับ จนนำไปสู่อาการสมองบวมและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นางสาวพาณิภัค เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2567 ขณะที่คุณพ่อเข้ารับการเอ็กซเรย์ตับที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตพญาไท แต่หลังเสร็จสิ้นการตรวจ เจ้าหน้าที่กลับหันไปทำความสะอาดอุปกรณ์โดยไม่ช่วยประคองหรือดูแล ปล่อยให้ผู้สูงวัยลงจากเตียงด้วยตัวเอง จนเกิดเหตุพลัดตก ศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
หลังเกิดเหตุ นายสมานมีอาการเลือดคั่งในสมอง พูดไม่ได้ รับประทานอาหารไม่ได้ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตั้งแต่วันแรก กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง มีแผลกดทับและติดเชื้อ ก่อนเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันและเสียชีวิตภายหลังรักษาตัวนานกว่า 3 เดือน
“คุณพ่ออายุมากแล้ว โรงพยาบาลควรเข้าใจว่าท่านอาจวิงเวียนง่าย จึงไม่ควรปล่อยให้นั่งหรือลุกเองโดยไม่มีคนดูแล แต่กลับเกิดเหตุสลดขึ้น และหลังจากเหตุการณ์ ทางโรงพยาบาลส่งเพียงพวงหรีด พร้อมเงินช่วยงานศพเพียง 10,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเลย” น.ส.พาณิภัค กล่าวทั้งน้ำตา
เธอยังระบุว่า ครอบครัวต้องการเรียกร้องค่าเสียหายตามสิทธิ โดยคำนวณจากรายได้และอายุที่คาดว่าจะยังมีชีวิตอยู่ของบิดา รวมมูลค่ากว่า 3.7 ล้านบาท
ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ ระบุว่า กรณีนี้เข้าข่าย “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” และครอบครัวได้มีการแจ้งความไว้แล้วที่ สน.พญาไท ถึง 3 ครั้ง ซึ่งสามารถดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากโรงพยาบาลได้ภายในอายุความ 1 ปี และหากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนผิด โรงพยาบาลในฐานะนายจ้างจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
พร้อมกันนี้ ทางมูลนิธิฯ จะประสานไปยัง กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้มีมาตรการตรวจสอบ รับผิด และเยียวยาอย่างเหมาะสมต่อครอบครัวผู้เสียหาย




