โปรแกรมพรีเมียร์ลีก และลีกต่างๆ ของอังกฤษ ฤดูกาล 2024-25 ถูกเผยออกมาเรียบร้อย คงได้เห็นในเนื้อข่าวแล้ว ว่าใครเจอใคร

แต่กว่าจะคลอดคิวเตะออกมาไม่ใช่ง่ายๆ ไม่ใช่จับสุ่มไปเรื่อย ต้องมีปัจจัยต่างๆ มาเกี่ยว

ไม่ใช่แค่พรีเมียร์ลีกอย่างเดียว ยังรวมถึงลีกรอง รวม 4 ลีก 2,036 นัด (พรีเมียร์ลีก 380 แมตช์)

ระดับโลกเขามีขั้นตอน กระบวนการอย่างไร ถึงได้จัดการได้อย่างเป็นระเบียบ แทบจะไม่มีปัญหา และไม่เลื่อนแข่งกันเละเทะ

ไปดูข้อมูลกัน

เริ่มเมื่อไหร่-จบตอนไหน

ว่ากันที่หัว-ท้ายก่อน โปรแกรมเปิดฤดูกาล และปิดฤดูกาล จะคำนึงถึงฟุตบอลโลก ฟุตบอลยูโร ที่แข่งปี ค.ศ. เลขคู่ เช่นปีหน้าจะมีฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มวันที่ 11 มิ.ย. 2026

คิวเตะพรีเมียร์ลีกจึงกำหนดเปิดสนามวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2025 (อาจมีเกมวันศุกร์) และปิดฤดูกาล 24 พ.ค. 2026

เปิด 16 ส.ค. 2025 เพื่อให้มีเวลาพักหลังจบฤดูกาลก่อน 83 วัน และปิดวันที่ 24 พ.ค. 2026 เพื่อจบก่อนบอลโลก 18 วัน

วางโปรแกรมอย่างไร

การวางแผนเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2025 โน่นแล้ว หรือประมาณ 6 เดือนก่อนประกาศ และ 8 เดือนก่อนเริ่มแข่ง โดย พรีเมียร์ลีก ทำงานร่วมกับ เกล็น ธอมป์สัน จากบริษัทไอที ระดับโลก Atos เพื่อวิเคราะห์และจัดสรรค์วันแข่ง ทุกลีกอังกฤษ รวม 2,036 นัด

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง

  1. จัดสรรค์วันแข่งทีมชาติตามฟีฟ่าเดย์
  2. ใส่วันแข่งของยูฟ่า บอลถ้วยสโมใสรยุโรป ซึ่งนับจากฤดูกาล 2024-25 จะวุ่นขึ้นเพราะยูฟ่าเพิ่มจำนวนแมตช์ อย่าง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เพิ่มจาก 6 นัด เป็น 10 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และเพิ่มจาก 125 แมตช์ เป็น 189 แมตช์ 3.พรีเมียร์ลีกจึงไม่สามารถจัดแมตช์ลงกลางสัปดาห์หากสโมสรมีคิวเตะบอลยุโรป ซึ่งในซีซั่น 2025-26 มีถึง 9 ทีมจากพรีเมียร์ลีก เล่นบอลยุโรป เลยยิ่งชุลมุนชุลเกเข้าไปอีก
  3. จากนั้นก็ใส่รอบแข่งขันของบอลถ้วย เอฟเอคัพ ที่มี 8 รอบ โดยทีมพรีเมียร์ลีก เล่นตั้งแต่รอบ 3 ในเดือน ม.ค.

ขั้นตอนต่อไปหลังหลบคิวอื่นแล้ว

เมื่อเอาคิวเตะรายการอื่นที่ต้องหลบมาตั้งแล้ว พรีเมียร์ลีก กับ ธอมป์สัน จึงใส่โปรแกรมพรีเมียร์ลีกลงไป

ทั้งนี้ ฤดูกาล 2025-26 จะเตะสุดสัปดาห์ 33 แมตช์ และมี 5 เกมกลางสัปดาห์

เสร็จแล้วก็เอาโปรแกรมที่ได้ ไปปรึกษากับแฟนบอล เช่น สหพันธ์แฟนฟุตบอล (Football Supporters Federation) ว่าตามนั้นมั้ย

ถามสโมสรโอเคไหม

นอกจากนั้นก็ต้องส่งแบบสอบถามถึงสโมสรถึงความต้องการ ข้อจำกัดด้วย ซึ่งถามไปตั้งแต่เดือน เม.ย. ให้แจ้งวันพิเศษที่อยากเล่นในบ้าน หรืออยากไปเยือน เช่น วันครบรอบสโมสร หรือต้องหลบอีเวนต์ที่มาจัดในสนามเหย้า หรือบางทีมไม่เล่นในบ้านช่วงต้นฤดูกาล เพราะสนามปรับปรุง

สโมสรที่อยู่ใกล้กันเกินไป จะไม่เล่นในบ้านพร้อมกัน เพื่อสะดวกต่อบริหารจัดการ ทั้งความปลอดภัย และคมนาคม เช่น อาร์เซนอล กับ สเปอร์, เชลซี กับ ฟูแลม, ลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตัน, แมนฯ ยูฯ กับ แมนฯ ซิตี, นิวคาสเซิล กับ ซันเดอร์แลนด์

จัดโปรแกรมอย่างไร

พอ คอมพิวเตอร์ ได้ข้อมูลว่าสโมสรใดเป็นเจ้าบ้านหรือเยือน ก็จะคลอดแมตช์ออกมา โดยมีหลักการพื้นฐาน เช่น

  1. ใน 5 นัดของแต่ละทีม ต้องมีสัดส่วนเหย้า-เยือน 3:2 (เหย้า 3, เยือน 2) หรือ 2:3 (เหย้า 2, เยือน 3) 2.ไม่มีทีมใดเล่นเหย้าหรือเยือนเกิน 2 นัดติด 3.ไม่มีทีมใดเริ่มหรือจบฤดูกาลด้วยแมตช์เหย้าหรือเยือน 2 นัดติด 4.ทีมที่เล่นในบ้านหลังวันคริสต์มาส จะเล่นเป็นทีมเยือนในวันปีใหม่ 5.พยายามจัดให้สลับเหย้า-เยือนทุกสุดสัปดาห์

ข้อพิจารณาเพิ่มเติม

ปัจจัยที่มีผลต่อการวางโปรแกรม ยังรวมถึงการเดินทางของแฟนบอล เช่น ถ้าหลายทีมจากพื้นที่เดียวกันต้องเดินทางในวันเดียวกัน ระบบจะพิจารณาเส้นทางรถไฟด้วย หรือพยายามลดระยะทางการเดินทางในวันบอกซิ่งเดย์ หรือปีใหม่

ตรวจให้เป๊ะแล้วค่อยปล่อย

หลังทำเสร็จแล้ว ตารางแข่งจะถูกตรวจสอบหลายวัน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามทุกความต้องการ ตามปัจจัยข้างต้น เพราะบางครั้งการเปลี่ยนแค่ 1 นัด อาจกระทบเป็นลูกโซ่กับการเปลี่ยนถึง 40 นัด ซึ่งถ้าต้องเปลี่ยน คอมพิวเตอร์ จะช่วยเสนอวันทางเลือกที่ดีที่สุด

ทุกกระบวนการ ขั้นตอนเสร็จแล้วก็คลอดออกมาอย่างที่เห็น เป็นโปรแกรมหลัก ยึดมั่นได้ เชื่อถือได้

เป็นธรรมดาที่มีเหตุต้องปรับ แต่ก็ปรับเล็กน้อย เพราะวางแผนมาละเอียดแล้ว

ไม่ซี้ซั้ว เดี๋ยวเปลี่ยนๆ จนมั่ว จนมึน ทั้งสโมสร ทั้งแฟนบอล.

วุฒินล