ในแต่ละวันเราทิ้งขยะกันจำนวนมาก บางอย่างเราคิดว่าแค่โยนลงถังแล้วจบ แต่รู้ไหมว่า ขยะบางประเภทไม่ได้จบแค่นั้น อย่าง “ขยะอันตราย” ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟเก่า ถ่านไฟฉาย หรือแม้แต่กระป๋องสเปรย์ที่หมดแล้ว หากมีการทิ้งหรือกำจัดไม่ถูกต้องจะสามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและตัวเราได้ในอนาคต สิ่งเหล่านี้ล้วนมีสารเคมีที่อาจทำลายสิ่งแวดล้อม หรือกระทบต่อสุขภาพของเราได้ ถ้าไม่รู้จักแยกและจัดการให้ถูกวิธี
แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า แล้วขยะอันตรายยังไงกันแน่? ถ้าอยากกำจัดขยะอันตรายเหล่านี้ให้ถูกวิธี จริง ๆ แล้วควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง บทความนี้เลยจะพาไปสำรวจว่า ขยะอันตรายมีอะไรบ้าง สร้างผลกระทบอย่างไรบ้าง และที่สำคัญเราจะจัดการกับขยะอันตรายอย่างไรให้ปลอดภัยและถูกวิธี อ่านพร้อม ๆ กันในบทความนี้ได้เลย
ขยะอันตราย สร้างผลกระทบและอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง?
หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ขยะอันตรายนั้นอันตรายยังไง ทำไมถึงต้องแยกทิ้งให้วุ่นวาย ก่อนอื่นเลยมาทำความรู้จักกันก่อนว่าขยะอันตรายนั้นคืออะไร?
ขยะอันตราย หมายถึง ของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพหรือภาชนะบรรจุต่าง ๆ ที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อนด้วยสารอันตราย เช่น สารพิษ สารไวไฟ สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน สารกัมมันตรังสี หรือสารที่ทำให้เกิดโรค (ขยะติดเชื้อ) ขยะประเภทนี้จัดอยู่ในกลุ่มของของเสียที่มีคุณสมบัติเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาได้ง่าย และมีศักยภาพในการก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากไม่ได้รับการจัดการหรือกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ก็อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของผู้คนในวงกว้างได้
สารพิษเหล่านี้ไม่เพียงทำลายระบบนิเวศในดินและน้ำ แต่ยังสามารถระเหยเป็นไอพิษในอากาศ หรือถูกพืชดูดซึมเข้าไป เมื่อสัตว์มากินพืช หรือเรานำพืชผักเหล่านั้นมาบริโภค สารพิษก็จะถูกส่งต่อมายังร่างกายของเราเป็นทอด ๆ ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาวได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการจัดการขยะเหล่านี้ให้ถูกวิธีจึงสำคัญอย่างยิ่ง
ตัวอย่างของขยะอันตรายที่มักพบได้บ่อย ๆ มีอะไรบ้าง?
หลายคนอาจยังนึกไม่ออกว่าขยะอันตรายอยู่ใกล้ตัวเราขนาดไหน บางอย่างเราใช้ทุกวันแต่กลับไม่รู้เลยว่ามันจัดอยู่ในกลุ่มนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เราเลยรวบรวมตัวอย่างของขยะอันตรายที่พบได้บ่อย ๆ รอบตัว มาให้ได้รู้จักกันคร่าว ๆ ว่ามีอะไรบ้าง ดังนี้
- ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่ทุกชนิด ไม่ว่าจะแบตเตอรี่มือถือ, แบตเตอรี่สำรอง, และถ่านริโมต ทั้งหมดที่ได้ยกตัวอย่างมานี้ล้วนมีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบ
- หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์และหลอดไฟ LED โดยภายในหลอดไฟนั้นจะบรรจุสารปรอท ซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาท
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพ เช่น โทรศัพท์มือถือเก่า, สายชาร์จ, เมาส์, คีย์บอร์ด เป็นต้น
- ภาชนะบรรจุสารเคมี เช่น กระป๋องสเปรย์, ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ, ขวดน้ำยาเช็ดกระจก, ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
ขยะอันตรายสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ใดบ้าง?

เราสามารถสังเกตสัญลักษณ์ที่มักจะปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เรารู้ได้ง่าย ๆ ว่าขยะชิ้นนั้นเป็นขยะมีพิษหรือไม่ โดยสัญลักษณ์ที่มักพบมีดังนี้
- สัญลักษณ์วัตถุไวไฟ (Flammable) รูปเปลวไฟ บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นี้ติดไฟง่าย ควรเก็บให้ห่างจากความร้อนและประกายไฟ
- สัญลักษณ์สารกัดกร่อน (Corrosive) รูปของเหลวหยดลงบนมือและวัตถุ บ่งบอกว่ามีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนังและพื้นผิวได้ ห้ามสัมผัสโดยตรง
- สัญลักษณ์สารพิษ (Toxic) รูปหัวกะโหลกไขว้ เป็นสัญลักษณ์แสดงว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตหากสูดดม สัมผัส หรือรับประทานเข้าไป
ทิ้งขยะอันตรายควรทิ้งอย่างไรให้ถูกต้อง
เมื่อเรารู้วิธีสังเกตแล้ว คำถามต่อมาคือจะทิ้งอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการที่ขยะปนเปื้อนสารเคมีในวงกว้าง โดยวิธีการกำจัดขยะอันตรายที่ถูกต้อง มีดังนี้
- หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ เมื่อใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์จนหมดอายุการใช้งาน ควรห่อหลอดไฟด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อป้องกันการแตกหัก จากนั้นใส่ในถุงพลาสติกที่มีความหนา มัดปากถุงให้แน่นและเขียนป้ายกำกับว่า “ขยะอันตราย” หรือ “หลอดไฟใช้แล้ว” ให้ชัดเจน ก่อนนำไปทิ้งในถังขยะอันตราย (ถังขยะสีแดง) หรือจุดรับทิ้งขยะอันตรายที่กำหนดไว้ในพื้นที่
- ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่ ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วควรรวบรวมใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องใสที่ไม่ใช้แล้ว มัดปากถุงให้แน่น หรือปิดฝาให้เรียบร้อย หากมีบรรจุภัณฑ์ที่รองรับแบตเตอรี่หรือถ่านไฟเฉพาะให้ใช้บรรจุภัณฑ์นั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนนำไปทิ้งในจุดรับทิ้งขยะอันตราย เช่น จุดทิ้งในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง หรือสำนักงานเขต รวมถึงการทิ้งในถังขยะอันตราย
- กระป๋องสเปรย์และภาชนะบรรจุสารเคมี หากมีสารเคมีที่ใช้ในห้องทดลองหรือสถานที่ที่เตรียมไว้ใช้สารเคมีเฉพาะ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและทิ้งในจุดรับสารเคมีอันตรายที่จัดเตรียมไว้ หากเป็นสารเคมีที่ใช้ในงานช่างหรือในครัวเรือน ควรใส่สารเคมีลงในลังกระดาษ ปิดฝาบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด แล้วค่อย ๆ หย่อนลงใน “ถังขยะอันตราย” หรือหากไม่แน่ใจ สามารถติดต่อกับเทศบาลในเขตเพื่อขอคำแนะนำและดำเนินการทิ้งให้ถูกวิธี
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว ควรถอดชิ้นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากกัน เช่น บรรจุภัณฑ์หรือชิ้นส่วนที่ไม่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงในถุงขยะ มัดปากถุงให้แน่นและทิ้งใน “ถังขยะอันตราย” โดยแยกออกจากขยะทั่วไป เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากสารเคมีในอุปกรณ์
ขยะอันตรายไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน
ขยะอันตรายคือภัยเงียบใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่ในความเป็นจริง ขยะเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ได้อย่างร้ายแรง ตั้งแต่สารพิษที่ซึมลงสู่ดินและน้ำ ไปจนถึงการสะสมในห่วงโซ่อาหาร ตัวอย่างขยะอันตรายที่เราพบได้บ่อย เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟเก่า หรือภาชนะใส่สารเคมี ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องแยกทิ้งอย่างถูกวิธี โดยสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์เตือนภัยบนบรรจุภัณฑ์ เช่น รูปเปลวไฟ รูปหัวกะโหลก หรือภาพของเหลวกัดกร่อน
วิธีจัดการขยะเหล่านี้ที่ดีที่สุดคือการแยกเก็บให้มิดชิด และนำไปทิ้งในจุดรับเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้ปนเปื้อนกับขยะทั่วไป
และใครที่ไม่อยากพลาดสาระดี ๆ สามารถติดตามข่าวสารบ้านเมืองและเคล็ดลับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ๆ พร้อมรีวิวที่เที่ยว ซีรีส์สนุก ๆ และการถ่ายทอดสดกีฬาทุกวัน ได้เลยที่ PPTVHD 36



