เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และแนวร่วม กว่า 200 คน จัดกิจกรรมเดินขบวนนำป้ายผ้าขาว เขียนข้อความระบายความในใจถึง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยจะไปล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง ปมคลิปเสียงที่ได้มีการพูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวน 2 กองร้อย คอยยืนตรึงกำลังดูแลความเรียบร้อย เพื่อไม่ให้มวลชลบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลได้ เนื่องจากในวันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี

โดยกลุ่มมวลชน คปท. ได้มีการเริ่มตั้งขบวนบริเวณตีนสะพานชมัยมรุเชฐ มีรถขยายเสียงนำขบวน พร้อมแกนนำกล่าวปราศรัยถึงกิจกรรมอยู่บนรถ แล้วด้านหลังมีกลุ่มมวลชนตั้งขบวนเดินตามมาติดๆ จากนั้นทางตำรวจก็ได้มีการขอพูดคุยกับนายพิชต ชัยมงคล และนายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำ ที่อยู่หน้าขบวน เพื่อพูดคุยและขอความร่วมมือว่าให้กลุ่มมวลชนจัดกิจกรรมตามพื้นที่ที่ทางตำรวจได้จัดเอาไว้ให้เท่านั้น และต้องไม่ขัดขวางการจราจร

หลังจากนั้นทางแกนนำกลุ่ม คปท. นำโดย นายพิชิต ก็ได้มีการอ่านแถลงการณ์บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อสื่อไปถึงคณะรัฐมนตรี รวมถึงรัฐบาลของนางสาวแพรทองธาร ให้รับผิดชอบต่อกรณีคลิปเสียงที่พูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน ด้วยการลาจากตำแหน่ง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่ารัฐบาลชุดดังกล่าวได้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และความผิดที่เกิดขึ้น ถือเป็นความผิดจริยธรรมที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องให้นางสาวแพรทองธาร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ส่วนกิจกรรมในวันนี้ เป็นกิจกรรมสื่อสารไปยังคณะรัฐมนตรี โดยมีการรวบรวมรายชื่อประชาชนเป็นจำนวนมาก และเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนที่เขียนบนป้ายสีขาวที่ยาวกว่า 100 เมตร สื่อสารความต้องการของประชาชนไปยังนายกรัฐมนตรี แม้นายกฯ จะมาขออภัยประชาชน แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะคลิปเสียงที่เกิดขึ้นมีความผิดร้ายแรงจากประชาชนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้มีการรับผิดชอบด้วยการลาออก เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าได้

ส่วนประเด็นที่มี สว. เข้าไปยื่นเรื่องถอดถอนต่อศาลรัฐธรรมนูญปมคลิปเสียง และศาลรัฐธรรมนูญจะมีการนัดประชุมใหญ่เรื่องดังกล่าวในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ทางนายพิชิต บอกว่า ก็ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง เพราะนอกเหนือจากการที่ประชาชนได้มีการเรียกร้องแล้ว ในขั้นตอนของกฎหมาย สว. ได้ไปยื่นเรื่องทั้งศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ในระบบนิติรัฐนิติธรรม

เพราะการไปพูดคุยในลักษณะดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับประเทศ ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมทุกภาคส่วนในประเทศจะต้องมีการดำเนินการให้ถูกต้อง และมีความคาดหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องของทาง สว. คือให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน อีกทั้งหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นทางออกให้กับวิกฤติทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างประเทศ

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ทางกลุ่มก็จะมีการเดินทางไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเรียกร้องให้ทางพรรคถอนตัวออกจากการเป็นรัฐบาล หลังจากทางพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความชัดเจนว่าจะยังคงร่วมรัฐบาลต่อไป และส่วนตัวมองว่าพรรคร่วมรัฐบาล ควรจะถอนตัวออก เพราะการที่ยังอยู่ ก็เหมือนเป็นการพายเรือให้โจรนั่ง นำไปเป็นพระที่พายเรือให้นางสาวแพรทองธาร นำไปสู่วิกฤติทางการเมือง และส่วนตัวยังเชื่ออีกว่ารัฐบาลของนางสาวแพรทองธาร คงอยู่ไม่ครบเทอมอย่างแน่นอน

ส่วนหลังจากนี้ทางกลุ่มจะมีการยกระดับการจัดกิจกรรมอีกหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาล ว่าจะมีการทำตามข้อเรียกร้องของทางกลุ่มหรือไม่ และสถานการณ์ทางชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ โดยเรื่องดังกล่าวจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ในวันที่ 28 มิถุนายน นี้ หลังจากเสร็จกิจกรรมการชุมนุมในช่วงเวลา 21.00 น.

จากนั้นได้มีทางตัวแทนของสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมารับหนังสือจากแกนนำกลุ่ม คปท. ก่อนจะเดินทางเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาลทันที

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 1612582_0-1280x853.jpg

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เดินทางมาดูแลความเรียบร้อยยังจุดที่มีการจัดกิจกรรม พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการเจรจาพูดคุยกับแกนนำกลุ่มของผู้ชุมนุม ว่าให้จัดกิจกรรมอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การชุมนุม ห้ามมีการทำผิดกฎหมาย ห้ามมีการยั่วยุ และจะต้องอยู่นอกเหนือจากจุดที่มีการห้ามชุมนุมในระยะมากกว่า 50 เมตรขึ้นไป รวมถึงได้มีการกำชับการใช้เครื่องขยายเสียง ว่าจะต้องไม่เกินตามที่กฎหมายมีการกำหนดเอาไว้ ซึ่งทางตำรวจเองก็ได้นำเครื่องวัดค่าความดังของเสียง มาตรวจสอบด้วยเช่นกัน โดยการชุมนุมในครั้งนี้ จะมีความผิดหรือไม่นั้น ก็จะมีฝ่ายกฎหมายพิจารณาถอดเทปภาพและเสียงเพื่อพิจารณาข้อกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.สยาม กล่าวด้วยว่า แม้การชุมนุมดังกล่าวนั้น มีการขออนุญาตแจ้งการชุมนุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จะมีการละเมิดข้อตกลงการชุมนุมและกฎหมายหรือไม่นั้น จะต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนการชุมนุมในวันที่ 28 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ จากการข่าวเบื้องต้นยังไม่พบความเคลื่อนไหวหรือความผิดปกติ และจากการตรวจสอบในโลกโซเชียล พบเพียงแค่การชักชวนให้เดินทางเข้ามาชุมนุมของกลุ่มที่จัดงานเท่านั้น แต่ไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มตรงข้ามแต่อย่างใด ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือที่ 3 ซึ่งอาจจะมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องรอข้อมูลการข่าวจากตำรวจสันติบาลก่อน ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงเวลา 15.00 น. ของวันนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 1612536_0-1280x853.jpg