น.ส.จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่ยังคงมีความผันผวน ประกอบกับ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง มีปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทย เหลือเพียง 1.8% โดยธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แกร็บได้ปรับแผนและพัฒนาโซลูชันต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่ธุรกิจของบริษัท เพื่อให้พาร์ทเนอร์ร้านค้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปได้ในช่วงเวลาที่ท้าทาย ซึ่งคาดการณ์ว่าธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มในปีนี้จะมีมูลค่าตลาดรวม 6.4 แสนล้านบาทและมีอัตราการเติบโตเพียง 2.8% เท่านั้น  ปรับลดจากประมาณการในช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่ 4.6% ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญหน้าและปรับตัว

โดยแกร็บได้ดำเนินการ ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ 1.โปรแกรมพิเศษช่วยดันยอด-ขยายฐานลูกค้า โดยได้พัฒนาโซลูชันที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้าขนาดเล็กโดยเฉพาะ อาทิ โปรแกรม “ร้านเล็กแกร็บช่วยลด” ที่ช่วยให้ร้านอาหารขนาดเล็กสามารถให้ส่วนลดลูกค้า โดยแกร็บจะสมทบส่วนลดให้ในอัตราเดียวกัน ซึ่งพบว่าร้านค้าที่เข้าร่วมแคมเปญมียอดสั่งซื้อเฉลี่ยต่อออเดอร์เพิ่มขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับร้านทั่วไป หรือโปรแกรม “ร้านเล็กดันลูกค้าใหม่” ที่มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วยการแจกโค้ดส่วนลดหรือเพิ่มสื่อโปรโมตภายในแอปฯ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ได้สูงกว่าปกติมากกว่า 50%  นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “เปิดร้านง่าย โตไวไปกับแกร็บฟู้ด” สำหรับร้านอาหารที่ยังไม่เคยขายผ่าน แกร็บ โดยการยกเว้นค่าคอมมิชชัน 90 วันแรก และการให้เครดิตค่าโฆษณา เป็นต้น

2. การขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน  ให้ร้านอาหารรายใหม่ที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องเข้าถึงบริการสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ได้รับ สินเชื่อจากแกร็บคิดเป็นสัดส่วนถึง 40% ด้วยวงเงินสูงสุด 1 แสนบาท  เป็นต้น และ 3. พัฒนาศักยภาพร้านค้าด้วย เอไอ  โดยได้พัฒนาและทดลองใช้ “AI Merchant Assistant” ซึ่งเป็นแชทบอทในแอปพลิเคชันของพาร์ทเนอร์ร้านค้า เพื่อให้ร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกเหมือนกับแบรนด์ใหญ่ๆ ใช้เครื่องมือนี้จะทำหน้าที่เสมือนเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ ให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการร้านอาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทั้งหมดเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารให้สามารถฝ่าฟันและเดินหน้าธุรกิจไปได้