จากกรณี นายประหยัด บุทอง อายุ 65 ปี คนขับแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลือง ที่ถูกฆาตกรรมในป่ากลางทุ่งนา ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 9 สายบางปะอิน-บางบัวทอง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยพบศพเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ภายหลังชุดสืบสวน สภ.ช้างใหญ่ และชุดดสืบสวนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้คือ นายนาราธร หรือ ‘บังเลาะห์’ อายุ 29 ปี ขณะกบดานในห้องเช่าใกล้กับบ้านพักผู้ตาย โดยรับสารภาพอ้างเหตุไม่พอใจที่อีกฝ่ายทวงถามเรื่องโทรศัพท์ที่ให้เอาไปซ่อมพร้อมกับเงินกว่า 400 บาท จึงลวงให้ขับรถไปในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนใช้ท่อนไม้ทุบตีจนเสียชีวิต จากนั้นก็ชิงเอาทรัพย์สินของผู้ตายหลบหนีไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. น.ส.รุ่งกรานต์ เรือนใหม่ อายุ 62 ปี ภรรยาของ นายประหยัด ได้รับร่างสามีออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก่อนนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลยังศาลาบำเพ็ญกุศล 1 วัดป่ากลางทุ่ง ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ทางญาติจะตั้งสวดพระอภิธรรม 4 วัน และจะทำการฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 69 นี้ จากการสอบถาม น.ส.รุ่งกรานต์ เล่าให้ฟังว่า ผู้ก่อเหตุกับสามีจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ ตนเองไม่รู้ แต่เคยเห็นชายคนนี้ไปที่ร้านขายดอกไม้ที่ตนเองขายอยู่เมื่อหลายเดือนก่อน โดยชายคนนี้ได้ว่าจ้างรถแท็กซี่ของสามีไป อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังถูกจับ ตนเห็นหน้าก็จำได้ทันที ส่วนที่ว่าคนก่อเหตุอยู่บ้านเช่าซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของตนเองนั้น ตนไม่ทราบ เพราะตนอยู่แต่ร้านขายดอกไม้ เพิ่งจะมารู้ว่าคนก่อเหตุติดหนี้ค่ารถแท็กซี่สามี

“…ก่อนเกิดเหตุเจอกับสามีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 ช่วงเช้า เพราะสามีไปที่ร้านขายดอกไม้ประจำ ก่อนหน้านี้เคยมีลางบอกเหตุ ตนบอกเพื่อนว่า บ้านเราจะมีคนตายน่ะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตอนนั้นสามีไม่อยู่ด้วย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นสามีของเราเอง ตอนนี้รู้สึกเคว้งคว้างเหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง อยากถามคนก่อเหตุว่า เงินเพียงแค่ 450 บาท มันพูดกันไม่ได้เชียวเหรอ ทำไม่ต้องมาฆ่ากันด้วย ติดหนี้ค่าโดยสารทำไมถึงไม่คุยกันดี ๆ…” น.ส.รุ่งกรานต์ กล่าวถามทั้งน้ำตา

ด้านเจ้าของห้องเช่า ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ก่อเหตุมาหาแม่ เพราะแม่กับพ่อเขาเช่าห้องอยู่ที่นี่ คนก่อเหตุได้เรียกรถแท็กซี่ไปไหนตนเองก็ไม่ทราบ เห็นเขาคุยกัน ส่วนเรื่องซ่อมโทรศัพท์ ลุงแท็กซี่ให้เขาเอาไปซ่อมจริงเพราะหน้าจอโทรศัพท์แตก ส่วนเป็นเงินเท่าไหร่ตนไม่ทราบ และเหมือนมีการหักค่าแท็กซี่กัน คนขับรถแท็กซี่ก็มาทวงเงินกับคนก่อเหตุเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันที่ 4 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 16.00 น. คนขับรถแท็กซี่เข้ามาตามคนก่อเหตุที่ห้องเช่า ก่อนจะพากันนั่งรถออกไป มาทราบอีกทีก็เป็นข่าวดึงครึกโครมนี้แล้ว.



