เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ติติง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจกองทัพปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าผิดหลักการประชาธิปไตย ซึ่งการมอบอำนาจให้ทางกองทัพ ทำหน้าที่ในการปกป้องรักษาดินแดนในการเปิดหรือปิดด่านเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ทหารคือผู้ทำงานคลุกคลี สัมผัสพื้นที่อย่างแท้จริง ในมิติความมั่นคง ไทยคำนึงถึงหลักอธิปไตยรักษาเขตแดน ปกป้องดินแดน ตอบโต้กลับจากเบาไปหาหนัก ส่วนด้านเศรษฐกิจ อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่เมื่อชั่งน้ำหนักความมั่นคงด้านเขตแดนแล้ว เชื่อว่าสิ่งที่ทหารและกองทัพภาค 1 และกองทัพภาค 2 ดำเนินการนั้นเหมาะสม ถูกต้องแล้ว เราไม่ใช่ปิดตายทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม หากเกิดกรณีคนเจ็บ คนป่วย หรือนักศึกษา มีความจำเป็นต้องผ่านแดน ฝ่ายไทยไม่ได้ปิดกั้น
“มาตรการรัฐบาล กองทัพ ทำงานสอดประสานกัน รัฐบาลดูเรื่องการนำเข้าสินค้าทางเกษตรบางชนิด เข้มงวดเรื่องน้ำมัน ไฟ พลังงาน การเร่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ ฝ่ายความมั่นคง ทหารในฐานะผู้เชี่ยวชาญพื้นที่ มีความเข้าใจทางยุทธศาสตร์อย่างดี ก็ดูเรื่องกำลังพล การเปิดปิดด่านทำทุกอย่างถูกต้อง ไทยกับกัมพูชา เกิดภาวะตึงเครียดข้อพิพาทเขตแดน เราคนไทย ควรรวมใจกันให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี รัฐบาล กองทัพ ฝ่ายความมั่นคง เพื่อฟันฝ่าวิกฤติคลี่คลายไปให้ได้ ไม่มีใครคิดจะเอาสถานการณ์ดังกล่าวมาเล่นเกมการเมือง สร้างคะแนนนิยมอย่างที่ถูกกล่าวหา วาทกรรมการเมืองยุแยง ดีแต่ค้าน ดีแต่พูด ทำตัวสวนทางกับชาวโลก ลดละเลิกได้ ควรเพลาๆ บ้าง การที่นายกฯ รัฐบาลกับกองทัพ เป็นเนื้อเดียวกัน แบ่งอำนาจหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทุกฝ่ายจับมือสามัคคีไปด้วยกัน พร้อมใจกันแก้ปัญหาหาทางออกอย่างสันติระหว่างไทยกับกัมพูชา ไม่ดีอย่างนั้นหรือ ไม่เห็นว่าจะละเมิดหลักการประชาธิปไตยตรงไหน”
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนักการเมืองฝ่ายค้านคนรุ่นใหม่ ก่อนหน้านี้ฝนตก น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม เคยเห็นภาพหัวหน้าพรรคประชาชนลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านอยู่บ้าง ก่อนที่สภาจะเปิด น่าจะใช้เวลาไปพูดคุยสัมผัสชีวิตการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร พูดคุยกับประชาชนพื้นที่เขตแดนไทย-กัมพูชา บ้างว่าเป็นอย่างไร เมื่อลงพื้นที่แล้วจะเอานโยบายคัดค้านการเกณฑ์ทหาร เสนอแก้มาตรา 112 หรือวาทกรรมมีทหารไว้ทำไมไปใช้โฆษณาหาเสียงด้วยก็ได้ เชื่อว่า หากพี่น้องคนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงจะได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายแน่นอน
นายกฯ ทำงานอย่างเต็มที่ พอตัดสินใจออกมาตรการอะไรออกมา มอบหมายงานให้กองทัพบ้าง กลับโดนติติง วิจารณ์ มีคนจับผิดตลอดเวลา ทำอะไรดูเหมือนจะไม่ดี ไม่ถูกต้องในสายตาผู้นำฝ่ายค้าน และพรรคประชาชน ที่ท่องคำเดียวนายกฯ ต้องยุบสภา นายกฯ รัฐบาลไทย กองทัพ คำนึงถึงหลักสากล เรื่องเขตแดน ความมั่นคง การจะผ่อนปรนทางทหาร ถอนกำลังจุดใด เปิดปิดด่านเวลาใด ไม่มีใครรู้ดีเท่าทหาร ไทยยึดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ปฏิบัติตามหลักสากลทุกประการ ไม่ได้รุกราน เปิดศึกใช้กำลังก่อน ทนต่อการยั่วยุ ไม่ทำอะไรที่จะเข้าทางฝ่ายตรงข้ามให้นำไปขยายผลอย่างที่เขาต้องการ เชื่อว่ารัฐบาลพร้อมเปิดรับฟังความเห็นที่สร้างสรรค์ แสวงหาทางออกอย่างสันติจากทุกฝ่ายอยู่แล้ว ขออย่าใช้อคติ ความเกลียดชัง ใส่ร้ายเพียงเพื่อหวังฉวยโอกาสทางการเมืองเท่านั้น



