จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่คลิปนักเรียนชายโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนหมดสติ ต่อมา ครอบครัวของผู้บาดเจ็บเตรียมย้ายลูกไปเรียนต่อที่ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย จนกระทั่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ได้รับทราบเรื่อง จึงได้ประสานให้ศธจ.อุบลราชธานีเข้าไปตรวจสอบ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ “โรงเรียนพุทธเมตตาวิทยา” ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ได้แชร์โพสต์จาก “สำนักงานเจ้าอาวาสวัดไชยมงคล อุบลราชธานี” โดยเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว คือ พระครูจิตวิสุทธิญาณคุณ ซึ่งมีสถานะเป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียนพุทธเมตตาวิทยา ซึ่งได้ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยสำนักงานเจ้าอาวาสวัดไชยมงคล อุบลราชธานี ชี้แจงว่า “จากคลิปนักเรียนทะเลาะกัน แล้วผู้ปกครองนำลงสื่อ จนมีการออกอากาศทางทีวีหลายช่อง ซึ่งข้อมูลหลายอย่างคลาดเคลื่อนมาก ความจริงโรงเรียนเข้าไปแก้ปัญหาตามกระบวนการทุกอย่าง และเรื่องนี้ไม่ได้จบที่คลิปนั้นตามที่ทุกคนได้เห็น หลังจากทุกคนแยกย้ายกันแล้ว เด็กชายคนที่ถูกเตะก็ไปตามรุ่นพี่ในโรงเรียนสาม-สี่คน มาดึงตัวคนที่เตะไปที่ห้องน้ำโรงเรียน แล้วรุมเตะต่อยจนนักเรียนคนนั้นไปกองอยู่ที่พื้น เมื่อโรงเรียนทราบเหตุได้ให้ฝ่ายปกครองนำทั้งกลุ่มมาสอบสวน และเชิญผู้ปกครองมาพบทั้งหมด ที่ก่อเหตุทั้งรอบที่หนึ่งและรอบที่สอง”

“โดยแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้ผู้ปกครองได้ทราบต่อหน้าผู้ก่อเหตุทั้งหมด พร้อมแจ้งระเบียบของโรงเรียนให้ทราบว่า ปัญหาทะเลาะวิวาทโรงเรียนจะปล่อยให้ผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายคุยตกลงกันโดยมีโรงเรียนเป็นคนกลาง คอยให้ความยุติธรรมและถูกต้องกับนักเรียนทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งวันนั้นทุกคนก็คุยกันดี ผู้ปกครองบางคนยังแนะนำวิธีการลงโทษนักเรียนที่ทำความผิดให้มีการนำมาอยู่วัดปฏิบัติธรรม ส่วนของโรงเรียนได้ลงโทษนักเรียนโดยให้ภาคทัณฑ์ทุกคนที่ร่วมในที่เกิดเหตุ ทำไมภาคทัณฑ์ทั้งหมดเพราะเหตุที่เกิดขึ้นมี 2 รอบ รอบแรกนักเรียนที่เตะเขากับพรรคพวก มีความผิดเต็มที่ที่ไปกระทำก่อน ส่วนรอบที่ 2 นักเรียนคนที่ถูกเตะได้ไปตามเพื่อนรุ่นพี่มารุมอัดคนที่เตะจนไปกองกับพื้น ก็มีความผิดที่ไม่แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้โรงเรียนทราบ แต่ไปดำเนินการตอบโต้กลับเอง”

นอกจากนี้ “ก่อนให้ผู้ปกครองเซ็นชื่อรับทราบ ทางโรงเรียนก็สอบถามมีผู้ปกครองคนใด ที่เห็นว่าบทลงโทษนี้ไม่ยุติธรรมกับใครบ้าง ทุกคนก็บอกว่าพอใจจึงให้ลงชื่อรับทราบ ส่วนเรื่องการแจ้งความและร้องขอค่าเสียหายเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายคุยกัน โรงเรียนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย นี่คือสิ่งที่ทางโรงเรียนได้ดำเนินการตามระเบียบ และแก้ไขปัญหาทุกอย่างโดยเราเป็นคนลงไปดูทุกอย่างด้วยตัวเราเอง จนเมื่อเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2568 มีผู้ปกครองนักเรียนส่งคลิปดังกล่าวมาให้ดู ทุกเช้าเราก็จะประชุมครูพนักงานขับรถก่อนทำงานทุกวัน เราได้แจ้งให้ครูฝ่ายปกครองเข้าไปดูแล้วประสานกับผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ลบคลิปได้ไหม เพราะมันมีผลกระทบต่อตัวเด็กที่อยู่ในคลิปนั้น เป็นเรื่องของหลักสวัสดิภาพเด็ก ไม่มีการปิดบังหน้าตาแต่อย่างใด”

“ขนาดคดีฆ่ากันตายยังมีการปิดบังหน้าตา นี่เปิดเผยทุกอย่าง เราห่วงอนาคตของเด็ก และอีกประเด็นโรงเรียนได้รับความเสื่อมเสียด้วย ทั้งที่โรงเรียนได้แก้ปัญหาทุกอย่างแล้วด้วยความยุติธรรมด้วยความเห็นพ้องทั้ง 2 ฝ่าย แค่ใช้คำว่าร้องขอไม่ได้ข่มขู่หรือฟ้องร้องใดๆ เลย ก็นำเรียนแจ้งทุกฝ่ายให้เข้าใจ ส่วนเรื่องที่ลามมาโจมตีเราหลายๆ อย่างเหมือนเราเป็นผู้ร้ายนั้น เราอยากให้ทุกคนเข้ามาดูความจริงในโรงเรียน สภาพของโรงเรียน แนวทางการทำงาน ผู้ปกครองของนักเรียนเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่นักเรียนเรียนที่นี่จนจบออกไป ไม่เคยเห็นโรงเรียนเลย เพราะลูกหลานที่เรียนที่นี่ไม่เคยทำผิดกฎระเบียบ กฎของที่นี่ คือ นักเรียนทำผิดต้องเชิญผู้ปกครองมาพบ เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา”

เบื้องต้น “การลงโทษนักเรียนไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น หากผู้ปกครองไม่ช่วยกันผู้ปกครองมีสิทธิในตัวนักเรียนทุกอย่าง ทั้งดุด่าว่ากล่าว โรงเรียนทำได้ตามกรอบที่กำหนดให้เท่านั้น เราไม่เคยบอกว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุด แต่เราพยายามสร้างโรงเรียนนี้มาเพื่อให้ลูกหลานระนาบล่างๆ ของสังคม มีที่เรียนโดยไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์ ไม่ต้องลงทุนเรื่องการศึกษาแม้แต่บาทเดียว จ้างครูชาวต่างชาติมาสอนทั้งภาษาจีน ภาษาอังกฤษ เราลงไปดูงานเองทุกอย่างตรวจสอบการสอนของครู ดูการเรียนของนักเรียนเข้มงวดกฎระเบียบ โรงเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองที่จะนำลูกหลานเข้ามาเรียนโรงเรียนนี้ให้ทราบว่า โรงเรียนนี้นักเรียนทุกคน”

นอกจากจะเรียนตามปกติของหลักสูตรแล้ว ยังต้องมีดังนี้
1. มีการบ้านทุกวัน เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้ามาดูการเรียนของลูกหลานบ้าง
2. มีการท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน สัปดาห์ละ 2 บท บทละ 5 คำ เพื่อให้นักเรียนได้จดจำคำศัพท์ ที่จะนำไปใช้ได้ในอนาคต
3. มีการฝึกอ่านภาษาไทยสัปดาห์ละ 1 บท เพื่อฝึกนักเรียนที่ยังอ่านและเขียนภาษาไทยไม่ได้ ฝึกอ่าน-เขียนให้ถูกต้อง
4. ฝึกอ่านเรื่องสั้นภาษาอังกฤษสัปดาห์ละ 1 บท เพื่อให้กระบวนการเรียนการสอนสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย กระบวนการทั้งหมดเราเป็นผู้ดูแลเองทั้งหมด ไม่ได้ผลักภาระให้ครูแต่อย่างใด

อีกทั้ง “โรงเรียนนี้เปิดมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 จนกระทั่งบัดนี้ไม่เคยเรียกร้องเก็บเงินจากผู้ปกครองแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่เราก็ไม่ได้มีทรัพย์สินเงินทองอะไร วัดเราเป็นวัดจนๆ ลำพังค่าไฟแต่ละเดือนก็แทบไม่พอ ลาภ ยศ เราไม่เคยร้องขอ ไม่เคยดิ้นรนแสวงหา เงินทุกบาททุกสตางค์ลงที่โรงเรียนทั้งหมด ทุกคนตรวจสอบได้โรงเรียนมีค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบล้านห้าแสนบาท เราต้องหาเงินส่วนต่างจากที่รัฐอุดหนุนมาบริหารเดือนละเกือบสามแสนบาท หากเราตายไปวันนี้ เราไม่มีเงินแม้จะทำศพตัวเองนะ เราไม่เคยบอกว่าเราดีที่สุด แต่เราก็มั่นใจว่าชีวิตทั้งชีวิตเราทุ่มเทเพื่อเด็ก ไม่เคยแสวงหาอะไรจากเด็กเลย”

นอกจากนี้ “เราจะประกาศตลอดเวลาอย่าเอาเด็กมาเป็นตัวประกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ เราทำงานตรงนี้อย่างโดดเดี่ยวนะ ขณะนี้เหมือนเราต้องเผชิญคลื่นกลางทะเลใหญ่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางฝูงฉลามที่กระหายเหยื่อ จากเหตุที่เกิดขึ้นเราได้รับการประณามจากสังคมหลายอย่าง อยากให้ทุกคนหากไม่เข้าใจสำหรับที่นี่ให้คุณมาแอบดูก็ได้ ไม่ต้องมาพูดคุยกับเราหรอกหากกลัวไม่ได้ความจริง ไม่ว่าแดดออก ฝนตก ฟ้าร้อง เราไม่เคยทิ้งเด็กส่งเด็กทุกคนกลับบ้านทุกวัน”

อย่างไรก็ตาม “ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราไม่เคยคาดหวังอะไร ไม่เคยต้องการอะไร ขอสิ่งเดียวให้ลูกหลานมีความรู้เพื่ออนาคตของเขาเอง หลายคนไม่สบายใจก็เข้ามาดูได้นะ มาค้นหาความจริงได้ทุกอย่าง นี่คือปณิธานของคนคนหนึ่งที่อยู่บนโลกใบนี้มาค่อนชีวิต นับจากวันนี้เราคงต้องใช้เวลาทบทวนทุกอย่างจะเดินต่อไป หรือถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของชีวิต”

ขอบคุณข้อมูล : โรงเรียนพุทธเมตตาวิทยา และ สำนักงานเจ้าอาวาสวัดไชยมงคล อุบลราชธานี