จากกรณีที่ทางเพจ “เรือนจำพิเศษมีนบุรี” ซึ่งเป็นบัญชีทางการของเรือนจำฯ รับหน้าที่ประชาสัมพันธ์รายละเอียดเกี่ยวกับงานกิจกรรมของผู้ต้องขังและการเยี่ยมญาติ ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ “เสก โลโซ” นักร้องร็อกในตำนาน ได้ร้องเพลงส่งกำลังใจให้กับเพื่อนพี่น้องนักโทษทุกแดน โดยภายในคลิปวิดีโอปรากฏภาพ “เสก โลโซ” ลักษณะใบหน้าอวบอิ่ม สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว สกรีนข้อความภาษาอังกฤษบนอกด้านซ้าย “SEK LOSO” ซึ่งเป็นชื่อวงดนตรีของเจ้าตัว จึงสร้างความสงสัยให้กับชาวเน็ตไม่น้อยพร้อมเกิดการตั้งคำถามว่า “ทำไมไม่ใส่ชุดเหมือนคนอื่น , ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษหรอ”

จากคุกสู่หัวใจ! ‘เสก โลโซ’ ปล่อยเพลงให้กำลังใจเพื่อนนักโทษ! ซุ่มเงียบแต่งเองจากเรือนจำ!

ล่าสุดด้าน “แพท พาวเวอร์แพท” หรือ “วรยศ บุญทองนุ่ม” อดีตนักร้องวัยรุ่นชื่อดัง ได้เคลียร์ประเด็นดังกล่าว ในฐานะที่ตนเคยอยู่ในนั้น ซึ่งตอบปมดราม่าต่างๆ พร้อมยืนยันจากประสบการณ์ของตัวเองว่า ไม่ได้รับอภิสิทธ์หรือสิทธฺประโยชน์แต่อย่างใด โดยเจ้าตัวได้เผยว่า

“สำหรับพี่เสกที่ออกมาไลฟ์สด แล้วใส่เสื้อไม่เหมือนผู้ต้องขังคนอื่น คือจริงๆแล้วอยากจะบอกว่าในเรือนจำผู้ต้องขังหรือนักโทษที่ต้องทำกิจกรรม เขาจะมีพวกเสื้อชมรมอยู่แล้ว คือในชีวิตปกติเขาคงไม่ได้ใส่เสื้อแบบนั้นหรอก เพราะว่ามันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เวลาทำกิจกรรมก็จะมีเสื้อของกิจกรรมนั้นนั้น เพื่อสื่อให้รู้ว่าเป็นโครงการอะไร กำลังทำอะไรอยู่

ส่วนเสื้อที่สกรีนชื่อ เสก โลโซ หลายคนมองว่าเขาได้รับอภิสิทธิ์ ผมว่าไม่น่าเกี่ยวหรอกเพราะว่าชีวิตประจำวันเขาก็ไม่ได้ใส่เสื้อแบบนั้นอยู่แล้ว ก็อย่าไปมองแบบนั้นเลย เรามองเป็นสิ่งดีๆ ที่พี่เสกต้องการจะสื่อสารออกมาดีกว่า ในเรื่องของเพลง เรื่องของเนื้อหาของเพลง ผมว่าไปมองตรงนั้นดีกว่า”

นักร้องดัง ได้เผยต่อว่า “ถามว่าเรื่องเสื้อมันเป็นปกติใช่ไหมในเรื่องของการสกรีนชื่อตัวเองบนเสื้อทางเรือนจำเขาอนุญาตใช่ไหม ผมว่าต้องไปถามทางเจ้าหน้าที่ว่า เขามีกฎหรือมีอนุโลมอะไรอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ผมทราบ มักจะเป็นชื่อของชมรมหรือกิจกรรมนั้นๆ มากกว่า ส่วนที่หลายคนตีความว่าเวลาดาราติดคุกจะได้รับอภิสิทธิ์ตลอดเลย เอาตัวอย่างจากตัวผมเองดีกว่า ไม่พาดพิง ถึงคนอื่น ตัวผมเองไม่มีได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ 100% ผมกล้ายืนยันได้ ส่วนคนอื่น ผมไม่ทราบ ไม่กล้าการันตี จริงๆแล้วการดูแลของทางเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่เขาจะให้ดูแลเท่าเทียมกันหมด เพราะว่าถ้าเขามีความเหลื่อมล้ำก็ย่อมจะเกิดปัญหาของการปกครอง ผมว่ามันจะเกิดปัญหาตรงนี้มากกว่า

ถามถึงกำลังใจที่ผมมีให้พี่เสก ผมว่าจริงๆ แล้วดูจากภาพข่าว สีหน้าของพี่เสกคือแกก็อยู่ได้ สบายเลย และผมว่าการไปอยู่ในจุดนั้นน่าจะเป็นอะไรที่ปลดล็อค อะไรหลายๆ อย่าง น่าจะเป็นเวลาที่พี่เสกแกได้พักผ่อน และได้ปรับในเรื่องของความคิด เรื่องของทัศนคติ และเชื่อว่าการอยู่ในนั้นจะทำให้พี่เสกมีสมาธิมากขึ้น และก็มีเวลาในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ซึ่งระยะเวลาในการต้องโทษของพี่เสก ไม่ได้เยอะมาก ผมเชื่อว่าอีกไม่นานก็คงจะได้เห็นพี่เสกออกมาจากที่นั่น และมาร้องเพลงให้พวกเราได้ฟังกันอีกครั้งครับ”