เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่สมาคมธรรมศาสตร์ (สาทร) ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ ให้สัมภาษณ์หลังการแถลงเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า การลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระครั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับทุกคนแล้ว ซึ่งมี สก.ที่หลากสี ตนเองอยากกล้าที่จะทำงานและอยากสื่อสารกับทุกสี อย่างไร้รอยต่อ จึงลงอิสระ เพราะเราคิดว่าจะได้รับเขาได้กับทุกคน
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรบอกให้ทำไป และได้จับศีรษะของตนด้วย ซึ่งถือเป็นการให้พร ซึ่งปัจจุบัน พล.อ.ประวิตรไม่ยุ่งเรื่องการเมืองแล้ว และการที่ตนลงสมัครในนามอิสระ มีข้อดีในเรื่องนโยบาย ซึ่งสามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่าไม่มีบทจากพรรคการเมืองว่าจะพูดหรือไม่พูดอะไร ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนเห็นบนเวทีนั้นมาจากใจ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหา กทม. ซึ่งตนพร้อมรับข้อเสนอและจะนำไปเป็นนโยบาย เพราะเป็นตัวของตนเอง สำหรับทีมงานและที่ปรึกษาที่เข้ามาช่วยล้วนแต่เป็นคนเก่ง
เมื่อถามว่าจะสู้อย่างไรกับกระแสความนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ค่อนข้างแรง ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า นายชัชชาติมีโอกาสทำงานมา 4 ปี แต่ 4 ปีนั้น ตนสามารถเพิ่มเติมได้ ซึ่งหลายเรื่องที่ประชาชนมองเป็นผลงาน อย่างเช่น Traffy Fondue ซึ่งเป็นผลงานของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ทำมาตั้งแต่ปี 2561 แต่กลับมาดังในสมัยของนายชัชชาติ โดยตนมองว่าสามารถต่อยอดสิ่งเหล่านั้นได้ สำหรับกระแสที่เกิดขึ้น เพราะนายชัชชาติได้ทำงานมาก่อน แต่อยากให้ประชาชนตระหนักว่าเราอยู่ในวิกฤติ ทั้งพลังงาน เศรษฐกิจ และสงคราม วันนี้เราต้องการคนที่นอกจากทำงานแม่บ้าน ซึ่งหน้าที่นี้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตเป็นผู้ดำเนินการอยู่ และเราต้องการคนที่เป็นแม่ทัพ เพื่อนำพาประชาชนฝ่าวิกฤติไปให้ได้
“ส่วนตัวเชื่อว่าวันนี้วิกฤติยังมาไม่เต็มที่ สินค้าและการจ้างงานจะมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นต้องให้โอกาสคนที่มองเห็นปัญหา และผมคิดว่าคนมองเห็นปัญหาเหล่านี้ รวมถึงมีแนวทางแก้ไขตามที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ไปแล้ว ยืนยันเราพร้อมทำงานเพื่อให้ กทม.ดีกว่าเดิม” ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว.



