ปีนี้ความขัดแย้งอิหร่าน กับอิสราเอล ที่มีสหรัฐอเมริการ่วมวง เขย่า โลจิสติกส์พลังงานโลก ถ้าควบคุมไม่ได้หลายประเทศจะขาดแคลนน้ำมันอย่างรวดเร็ว กระทบการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจ และก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง
เราวางใจได้ไหมว่าห่วงโซ่โลจิสติกส์โลกจะยั่งยืนไม่มีปัญหา หรือต้อง เตรียมสร้างภูมิคุ้มกันกับความเสี่ยงนี้
ถ้าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด หรือช่องทางการขนส่งน้ำมันอื่น ๆ ถูกทำลาย โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร อย่าว่าแต่เขมรจะขู่เรื่องซื้อน้ำมันเลย ไทยเราเองถ้าน้ำมันสำรองหมดคลัง ยังไม่รู้เลยว่าจะมีแผนบริหารจัดการ และแบ่งปันพลังงานยามวิกฤติอย่างไร

ไทยเรานำเข้าน้ำมัน 90% และก๊าซธรรมชาติ 36% ของการใช้งานภายในประเทศ ถ้าวงจรน้ำมันถูกตัดขาดอะไรจะเกิดขึ้น เราจะให้ความสำคัญเร่งด่วนกับอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ธุรกิจ ธนาคาร โรงพยาบาล หรือการใช้งานในครัวเรือน เมืองหลวงหรือเมืองรองใครจะได้ปันพลังงานมากกว่ากัน คนรวยและคนจนจะมีโอกาสเท่าเทียมกันหรือไม่
ไฟฟ้าดับ แอร์ไม่เย็น น้ำไม่ไหล ไวไฟไม่มี แค่แป๊บเดียว เรายังหงุดหงิดแทบตาย
แล้วถ้าเรามีไฟฟ้าจำกัด เราจะดำเนินชีวิตอย่างไร จะทำงานเวลาไหน จะเดินทางอย่างไร และที่สำคัญห่วงโซ่อาหารจะถูกตัดขาดด้วยหรือไม่ เราจะมีอะไรกิน อยู่ได้นานเท่าไร เราจะแบ่งปันหรือแย่งชิงกัน

แล้วผู้มีอำนาจ นักการเมือง มหาเศรษฐี และแม่ทัพนายกอง จะเสียสละเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม หรือทำเพื่อพวกพ้อง
หวังว่าวิกฤติ SDG 16 นี้คงจะไม่ขยายวง แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงเราควรมีแผนรับมือ คิดไว้ล่วงหน้าดีกว่าสมองว่างเปล่า
ถ้ายังไม่มีแผนใด ๆ ผู้ที่ฝึกปฏิบัติตน และใช้ชีวิต “พอเพียง” ตามคำสอนของในหลวง จะเป็นผู้ที่ประคองตน และพรรคพวกให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ที่เหลือคงจะแก่งแย่งกันวุ่นวายน่าดู.



