วานนี้ (1 ก.ค. 2568) สถานีโทรทัศน์ KVIA รายงานการพบศพมนุษย์จำนวนมากในอาคารแห่งหนึ่งที่เมืองฮัวเรซ รัฐชิวาวา ประเทศเม็กซิโก ซึ่งมีชายแดนติดกับเมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา โดยเป็นศพที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 383 ศพ และศพที่เน่าเปื่อยจนเหลือเพียงบางส่วนอีก 6 ศพ
เจ้าหน้าที่พบศพจำนวนมากเหล่านี้ หลังจากได้รับเบาะแสเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว คาดว่า บางศพน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 ปี เจ้าหน้าที่ของทางการเม็กซิโกให้สัมภาษณ์ว่า ดูเหมือนว่าศพบางศพจะผ่านการดองน้ำยามาแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า เหตุใดศพจึงถูกทิ้งไว้ แทนที่จะนำไปฝังหรือเผา
ส่วนเจ้าของอาคาร ซึ่งดูเหมือนบ้านมากกว่าจะเป็นอาคารสำหรับเผาศพคือ โฮเซ หลุยส์ อาเรลลาโน คัวรอน และพนักงานอีกคนหนึ่ง จะโดนตั้งข้อหากำจัดศพอย่างไม่เหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตเพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีศพใดเป็นเหยื่อของการฆาตกรรม และอาจมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมภายหลัง
เจ้าหน้าที่ทางการกล่าวว่า ศพจำนวนมากมายเหล่านี้ น่าจะมาจากสถานที่ประกอบพิธีศพ 6 แห่ง ในเมืองชายแดนแห่งนี้ โดยญาติๆ ของผู้ตายที่ได้รับอัฐิไปแล้ว เชื่อว่าผู้ตายได้รับการทำศพอย่างถูกต้อง
เซซาร์ เฮาเรกี อัยการสูงสุดของรัฐชิวาวา กล่าวว่า “พวกเขาได้รับศพมาเพื่อฌาปนกิจตลอดเวลา และให้ข้อมูลเท็จแก่บริษัทจัดงานศพหลายร้อยครั้ง ว่าจะเผาศพเหล่านั้น”

แม้ว่าเจ้าของอาคารจะมีใบอนุญาตทั้ง 3 ประเภทเพื่อประกอบธุรกิจ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า สถานที่ดังกล่าวยังเปิดดำเนินการอยู่หรือไม่
ผู้ว่าการรัฐชิวาวากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ฌาปนสถานแห่งนี้บริหารงานโดย “คนที่ไม่มีความรับผิดชอบและไร้ยางอาย ซึ่งใช้ใบอนุญาตเหล่านี้โดยมิชอบ”
การค้นพบที่น่าสยดสยองครั้งนี้ยังคลายความข้องใจให้ครอบครัวของผู้ที่หายสาบสูญไปหลายร้อยคน ในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ความรุนแรงจากกลุ่มค้ายา โดยในสมัยของประธานาธิบดีไบเดน ผู้ย้ายถิ่นฐานจำนวนมากที่รอเข้าสหรัฐอย่างถูกกฎหมาย มักถูกลักพาตัวหรือสูญหายไป
“แน่นอนว่า ทุกครอบครัว รวมถึงตัวเราเอง ต่างก็กังวลและสงสัยว่าศพใครบ้างที่อยู่ที่นั่น เป็นศพแบบไหน ระบุตัวตนได้หรือไม่ บรรดาแม่ๆ บอกเราว่า ลูกสาวของฉันไม่ได้อยู่ที่นั่น” ยาดิรา คอร์เตซ ตัวแทนจากเครือข่ายวีเมนส์ ราวด์เทเบิล แห่งซิวดัดฮัวเรซ กล่าวกับสำนักข่าว KFOX
ขณะนี้ทางรัฐชิวาวาได้เริ่มกระบวนการจัดการสำหรับคนที่เชื่อว่า บุคคลที่ตนรักอาจเป็นหนึ่งในศพเหล่านี้ ครอบครัวที่ต้องการสอบถามหรือติดตามศพ จะต้องนำบัตรประจำตัวมาด้วย รวมถึงให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตาย เช่น เสื้อผ้าที่สวมในพิธีศพ และฌาปนสถานที่ใช้บริการ
ที่มา : dailymail.co.uk
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



