เมื่อวันที่ 18 พ.ย. พ.ต.ต.ณัฐพล ผิวผาด สว.(สอบสวน) สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากญาติของ นายบุญเลิศ สุริยะ อายุ 46 ปี นายหน้าค้าที่ดินชาว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิขุนรัตนาวุธชุดสายธาร ลงงมค้นหารถเก๋งโตโยต้ายาริส สีบรอนซ์ ทะเบียน 1 ขช 1720 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่นายบุญเลิศ ขับมาที่ จ.กาญจนบุรี แล้วขาดการติดต่อกับครอบครัว ก่อนหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้พยายามออกติดตามหาแต่ก็ไม่พบ จึงประสานบริษัทรถยนต์ช่วยตามสัญญาณ GPS ของรถ และพบว่าน่าจะจมอยู่ในคลองชลประทานสายทุ่งทอง-พนมทวน พื้นที่หมู่ 5 ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ มูลนิธิขุนรัตนาวุธชุดสายธาร ลงงมค้นหาภายในคลองชลประทานจุดที่พบสัญญาณ GPS โดยใช้เวลาค้นหาอยู่ไม่นานก็พบรถคันดังกล่าว ก่อนเจ้าหน้าที่ต้องนำเอาลวดสลิงไปผูกติดกับท้ายรถ และใช้รถยกลากรถคันดังกล่าวขึ้นมาจากคลองชลประทาน โดยเมื่อสามารถนำรถขึ้นมาได้สำเร็จ พบว่าบริเวณกระจกด้านหน้ารถและหลังคารถ มีร่องรอยของการถูกกระแทกจนพังเสียหาย เมื่อเปิดเข้าไปดูภายในรถ พบศพนายบุญเลิศ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ภายใน สภาพพยายามดิ้นรนหาทางออกจากรถแต่ไม่สำเร็จ แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย สันนิษฐานว่าสาเหตุของการเสียชีวิตน่าจะมาจากรถเกิดอุบัติเหตุเสียหลักจมน้ำจนเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

สอบถาม ญาติของนายบุญเลิศ ให้การว่า นายบุญเลิศ เป็นนายหน้าค้าที่ดิน โดยเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้บอกญาติว่า จะเดินทางมาติดต่อซื้อขายที่ดินในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และได้ขับรถเดินทางลงมาดูที่ดินในพื้นที่เพียงลำพัง ก่อนจะขาดการติดต่อกับญาติๆไปตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 15 พ.ย. ครอบครัวพยายามออกติดตามหาตัวแต่ก็ไม่พบ จึงตัดสินใจประสานขอความร่วมมือจากบริษัทรถให้ช่วยติดตาม GPS รถยนต์ แล้วพบว่าสัญญาณรถอยู่ในคลองชลประทานบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจพร้อมประสานขอเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำมาช่วยค้นหา กระทั่งพบรถและร่างนายบุญเลิศเสียชีวิตอยู่ภายในรถคันดังกล่าวในที่สุด

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า รถยนต์ของนายบุญเลิศอาจจะเสียหลัก จนตกลงไปในคลองชลประทาน โดยที่ถนนเส้นเลียบคลองชลประทานนี้ ในช่วงกลางคืนมีรถสัญจรผ่านไปมาน้อยและมืด จึงไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ อย่างไรก็ตามตำรวจจะสอบปากคำ ชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป




