กรณีคนร้าย 7 คน แก๊งเสือปุ่น นายวรวัฒน์ เชื่อมแก้ว อายุ 43 ปี ก่อเหตุปล้นเงินสด 3.4 ล้านบาท จากผู้มาซื้อคริปโตเคอร์เรนซี่ เหตุเกิดลานจอดรถ ชั้น 1 ศูนย์การค้าย่านลาดพร้าว เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุจับ นายเฌอพัชญ์ ดีดวงพันธ์ หรือหนาว อายุ 25 ปี สาวประเภทสอง และ น.ส.นานา มุกข์ประดับ หรือนานา อายุ 31 ปี ต่อมาจับกุม นายนนทวัฒน์ สอนส่งกลิ่น หรือสอง อายุ 28 ปี นายอนันต์ชัย มณีโชติ อายุ 26 ปี หรือไอซ์ และยังไล่ล่าหัวหน้าแก๊งและเพื่อนร่วมแก๊งที่เหลือรวม 3 คน
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 3 ก.ค. ร.ต.อ.นพดล สังดวง รองสว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน ควบคุม นายเฌอพัชญ์ และ น.ส.นานา ผู้ต้องหาคดีปล้นเงิน 3.4 ล้านบาทกลางศูนย์การค้าย่านลาดพร้าว ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาเพื่อฝากขังผัดแรก พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวท้ายคำร้อง เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง และเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี
ระหว่างควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนขึ้นรถผู้ต้องขังเพื่อส่งฝากขัง นายเฌอพัชญ์ กล่าวว่า นายเต้เป็นหนึ่งในผู้เสียหาย บอกกับตนว่านำเงิน 3.4 ล้านบาท มาจากพวกสีเทาแล้วมารับฟอก ส่วนที่มีการซื้อขายเงินกันในวันเกิดเหตุผู้เสียหายให้เงินเปอร์เซ็นต์ตนแค่ 0.5 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่ากลุ่มเสือปุ่นมาได้อย่างไร เพราะตนคุยกับนายเต้เพียงคนเดียว ตนไม่รู้เห็นถึงแผนการปล้นดังกล่าว ก่อนที่ น.ส.นานา จะพูดเสริมว่า วันนั้นแค่ไปรับเงินอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รู้จักกับเสือปุ่นได้อย่างไร นายเฌอพัชญ์ ปฏิเสธบอกว่าไม่ทราบ
เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ถูกนำตัวขึ้นรถคุมขัง ผู้สื่อข่าวสอบถามย้ำอีกครั้งว่า จากข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นให้การปฏิเสธและสารภาพ น.ส.นานา และนายเฌอพัชญ์ กล่าวว่า ให้การปฏิเสธ เพราะทั้งคู่ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการปล้นครั้งนี้ น.ส.นานา อธิบายเพิ่มว่า วันนั้นเพื่อนก็คือนายเฌอพัชญ์แค่ชวนให้ตนไปรับเงินด้วยเฉย ๆ ส่วนภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา ตนไม่ได้พูดคุยอะไรกับนายไอซ์และนายสอง ผู้ต้องหาที่ได้ตัวเมื่อวานนี้ แค่พูดคุยชวนกินข้าวกันทั่วไป ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งไม่ได้บอกว่าผู้ต้องหาที่อยู่ในระหว่างการหลบหนีอยู่ที่ไหน
ผู้สื่อข่าวสอบถามทิ้งท้ายว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปจะไปที่ห้างหรืออยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ นายเฌอพัชญ์ตอบว่า ตอนนั้นตนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าร่วมมือกันหรือเปล่า เพราะนายเต้แค่แจ้งให้พวกตนไปรับเงินที่มาจากการฟอกของนายเต้ แต่สุดท้ายนายเต้กลับมาแจ้งกล่าวหาว่าพวกตนไปจี้ปล้นเขา ตนไม่ทราบว่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่าต้องถึงขั้นไปจี้เอาเงินมาหรือไม่
ด้าน 2 ผู้ต้องหาที่ตำรวจได้ตัวเพิ่มเติมเมื่อวานนี้คือ นายอนันต์ชัย หรือไอซ์ และนายนนทวัฒน์ หรือสอง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ยังควบคุมตัวไว้เพื่อสอบปากคำ
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจสิบเวรคุมหน้าห้องขัง ทราบว่าทั้ง 2 คนไม่มีอาการเครียดหรือวิตกกังวลแต่อย่างใด ยังคงกินนอนได้ตามปกติ คาดว่าจะนำตัวส่งฝากขังศาลอาญาวันพรุ่งนี้
จากการสอบถามตำรวจเบื้องต้น ทราบว่าจากการที่ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าเงินของกลาง 3.4 ล้านบาทที่ปล้นมาเป็นเงินที่ผู้เสียหายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ทำให้ตำรวจจะต้องเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงที่มาของเงินดังกล่าวว่ามาจากสีเทาผิดกฎหมายจริงหรือไม่ ส่วนการเข้าจับกุมนายสองที่บ้านเมื่อวานนี้ ยังไม่พบว่านายสองครอบครองอาวุธปืนแต่อย่างใด
สำหรับคดีปล้นเงิน 3.4 ล้านบาทกลางศูนย์การค้าย่านลาดพร้าว ยังคงเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 3 รายที่ยังอยู่ในระหว่างการไล่ล่าจับกุม คือนายวรวัฒน์ หรือปุ่น หรือเสือปุ่น นายบอล เหล่าบุญมา หรือบอล อายุ 35 ปี และนายรุ่งนิรันดร์ โฉมพัตร อายุ 32 ปี หรือโบ้ อายุ 32 ปี.



