เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เพจ Tensia ซึ่งเป็นเพจของคุณหมอ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความให้ความรู้ด้านสุขภาพ โดยเล่ากรณีศึกษาผู้ป่วยชายวัย 25 ปี ที่มีอาการผิดปกติหลังการถึงจุดสุดยอด (orgasm) จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง

โดยระบุว่า ชายรายนี้มีอาการอ่อนเพลียอย่างมากทุกครั้งหลังการหลั่ง ลักษณะคล้ายป่วยเป็นไข้หวัด เช่น เหนื่อยล้า ปวดเมื่อย ตาแห้ง และหมดแรงจนลุกแทบไม่ขึ้น อาการดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเกือบ 1 สัปดาห์ ทำให้ผู้ป่วยเริ่มหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทางเพศ เนื่องจากกังวลต่ออาการที่เกิดขึ้น

เพจระบุว่า ผู้ป่วยเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุประมาณ 17 ปี โดยหลังการหลั่งประมาณ 1 ชั่วโมง จะเริ่มมีอาการอ่อนเพลียรุนแรง ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ขาหนัก และอ่อนแรงอย่างมาก โดยอาการไม่ได้หายภายในวันเดียว แต่ยืดเยื้อหลายวัน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน

จากการรักษาเบื้องต้น ผู้ป่วยเคยได้รับการรักษาทางจิตเวชและยาแก้ปวด แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงถูกส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

ผลการตรวจร่างกายพบว่า ผู้ป่วยมีสภาพร่างกายทั่วไปแข็งแรง ฮอร์โมนเพศชายและค่าฮอร์โมนต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงค่า prolactin และ estradiol ไม่พบความผิดปกติชัดเจน ยกเว้นภาวะเส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะซ้าย (left varicocele grade 2) แต่ยังไม่สามารถอธิบายอาการทั้งหมดได้

จากข้อมูลทางการแพทย์ แพทย์วินิจฉัยว่าอาการดังกล่าวเข้าข่ายภาวะ Post-Orgasmic Illness Syndrome (POIS) ซึ่งเป็นโรคที่พบได้ยาก โดยผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายป่วยทั้งร่างกายหลังการถึงจุดสุดยอดหรือการหลั่ง เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อย ล้า สมองเบลอ อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล หรือซึมเศร้า และอาการอาจคงอยู่นานหลายวัน

เพจ Tensia ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของโรคนี้ แต่มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน โดยร่างกายอาจมีการตอบสนองต่อสารบางอย่างที่หลั่งออกมาหลังการมีเพศสัมพันธ์ คล้ายภาวะการอักเสบจากสาร cytokine เช่น IL-1, IL-6 และ TNF-α ซึ่งพบในภาวะติดเชื้อหรือไข้หวัด

นอกจากนี้ยังมีการทดลองรักษาด้วยยา niacinamide (วิตามิน B3) ขนาด 500 มิลลิกรัมต่อวันต่อเนื่องหลายเดือน ซึ่งพบว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้นในระดับหนึ่ง แม้กลไกการออกฤทธิ์ยังอยู่ระหว่างการศึกษา

เพจยังระบุว่า การดูแลผู้ป่วยลักษณะนี้ต้องให้ความสำคัญทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากมีความเครียด วิตกกังวล และอาจหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทางเพศ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ทั้งนี้ ภาวะ POIS ถือเป็นโรคที่พบได้น้อยมากในทางการแพทย์ และยังมีข้อมูลจำกัด แต่คาดว่าอาจมีผู้ป่วยมากกว่าที่รายงาน เพียงแต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาเนื่องจากความอายหรือไม่ทราบว่าเป็นภาวะทางการแพทย์.

ขอบคุณเพจ Tensia