เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT พร้อม พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉัตรชัย นันทมงคล ผบก.พฐก.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 และนายคริสโตเฟอร์ โรห์ดี้ ผู้ช่วยทูต/หัวหน้าสำนักงาน U.S. Secret Service ประจำสำนักงานกรุงเทพฯ ร่วมแถลงผลขยายผลจับกุมขบวนการผลิตธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม สามารถจับกุมนายทุนและผู้ร่วมขบวนการ พร้อมบุกทลายโรงพิมพ์ ยึดแบงค์ดอลลาร์ปลอมกว่า 10,000 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยกว่า 30 ล้านบาท 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจ PCT และตำรวจ บช.น. ร่วมจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายธนบัตร ดอลลาร์สหรัฐปลอม และขยายผลไปตรวจค้นโรงงานผลิตที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม จับกุมเจ้าของโรงงาน ยึดธนบัตรปลอมได้กว่า 36,000 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งกำชับมาว่าให้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังเหลือทั้งหมด ซึ่งจากการสืบสวนทางโซเชียลมีเดียจนรู้ตัวนายทุนและช่างพิมพ์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล 

จากนั้นวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้น 2 จุด จุดที่ 1 ตรวจค้นและจับกุมนายทองมาก หรือช่างแม็ก (สงวนนามสกุล) ได้ที่บริเวณ ถนนพระราม 3 โดยช่างแม็กทำหน้าที่ผู้ควบคุมการผลิตธนบัตรปลอม จากนั้นพาตัวไปตรวจค้นบ้านพักที่ อ.เมือง จ.เพชรบุรี พบเครื่องพิมพ์ 4 เครื่อง และอุปกรณ์การพิมพ์ที่คาดว่าเตรียมไว้ใช้ผลิตธนบัตรปลอมได้อีก จึงยึดไว้ตรวจสอบ จุดที่ 2 ตรวจค้นและจับกุมนายบุญช่วย หรือป๋าลี (สงวนนามสกุล) ชาวลาว ขณะอยู่ที่บ้านพักในเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยป๋าลีเป็นนายทุนจัดหาเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์การพิมพ์ ให้แก่โรงงานที่ อ.บางเลน ต่อมาวันที่ 12 พ.ย. ขยายผลจับกุมนายกิจพัฒน์ หรือโปรจี (สงวนนามสกุล) พร้อมธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมกว่า 10,000 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยกว่า 30 ล้านบาท 

สอบสวนนายกิจพัฒน์ รับสารภาพว่า มี นายสิรภพ หรือเฮียเกรียง (สงวนนามสกุล) เป็นผู้นำธนบัตรปลอมมาให้จำหน่าย โดยมีป๋าลี เป็นนายทุนให้เฮียเกรียง เช่าอาคารหลังหนึ่งใน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งน่าเชื่อว่าจะเป็นแหล่งผลิตธนบัตรปลอมอีกแห่งหนึ่งของขบวนการนี้ จากนั้นจึงได้ขออนุมัติหมายศาลไปตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว พบเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์การพิมพ์หลายรายการ ซึ่งมีร่องรอยหลักฐานการพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมหลงเหลืออยู่ จึงตรวจยึดไว้และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในข้อหาร่วมกันผลิตทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ มีอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า การจับกุมขบวนการปลอมธนบัตรดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้ หน่วย U.S.Secret Service ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลอาชญากรรมทางเศรษฐกิจประจำสถานฑูตสหรัฐอเมริกา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมตรวจสอบทั้งสถานที่เกิดเหตุและธนบัตรปลอม ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ธนบัตรปลอมที่ผลิตจากโรงงานที่ อ.บางเลน มีความเชื่อมโยงกับธนบัตรปลอมที่ผลิตจากโรงงานที่ อ.ลำลูกกา สอดคล้องกับข้อมูลทางการสืบสวนของตำรวจ ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกัน ทั้งนี้จากการสืบสวนของศูนย์ PCT เชื่อว่าอาจจะยังมีกลุ่มผู้ลักลอบผลิตและจำหน่ายธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมหลงเหลืออยู่ ซึ่งตำรวจจะได้เฝ้าระวังและสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป

‘การจับกุมคดีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมที่ผ่านมาในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 40 คดี ธนบัตรของกลางที่ตรวจพบโดยส่วนใหญ่จะเป็นธนบัตรรุ่นปี 2006 และจะมีรุ่นปี 2006A (รุ่นของธนบัตร) เป็นส่วนน้อย ลักษณะการตรวจพบความผิด คือ 1.การล่อซื้อผู้ลักลอบจำหน่าย  2.การนำเงินไปแลกที่ธนาคาร/ร้านค้า และ 3.การผลิตธนบัตรปลอม ซึ่งจับกุมตรวจค้นโรงงานผลิตได้เพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2559 ที่เขตสายไหม กรุงเทพฯ’ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวและว่า ความผิดเกี่ยวกับการปลอมหรือการแปลงเงินตรา ถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน หลังจากนี้จะได้แจ้ง ปปง. ตรวจสอบเพื่อยึดทรัพย์ผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ด้าน นายคริสโตเฟอร์ กล่าวว่า กว่า 30 ปี ที่สำนักงาน United States Secret Service ทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสืบสวนอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงธนบัตร การโกงธนาคาร และล่าสุดการฉ้อโกงในรูปแบบอาชญากรรมทางไซเบอร์ เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจไทย ประสบความสำเร็จจากการสืบสวนจนพบแหล่งผลิตธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม ที่มีนำไปใช้แพร่หลายทั้งในไทยและในต่างประเทศ อันเป็นแหล่งผลิตใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จากการสืบสวนได้นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 8 รายด้วยกัน และสามารถยึดแท่นพิมพ์ที่ใช้ในการผลิตได้อีกหลายแท่น อยากจะขอบคุณผู้บังคับใช้กฎหมายของเรา ที่ทำงานในเชิงรุก อย่างเข้มแข็งจนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิด เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นายคริสโตเฟอร์ ยังมีข้อแนะนำ 4 จุด ในการสังเกตธนบัตรจริงกับธนบัตรปลอม ดังนี้ 1.กระดาษที่ใช้ผลิตธนบัตรของจริงไม่ใช่กระดาษ แต่คือผ้าผืนหนึ่งทำให้ระยะเวลาการใช้งานจะอยู่ได้นานกว่า และการสัมผัสธนบัตรปลอมจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากนำไปใส่ในเครื่องซักผ้าธนบัตรจริงจะยังคงสภาพเดิม แต่ธนบัตรปลอมจะไม่เหลือสภาพของธนบัตรเลย 2.หากยกธนบัตรขึ้นส่องจะพบลายน้ำด้านขวามือเป็นรูปของเบนจามิน แฟรงคลิน ซึ่งมีความคมชัดและมีความสวยงามมากกว่า ขณะที่ธนบัตรปลอมคุณภาพจะด้อยลง 3.หากยกธนบัตรส่องด้านซ้ายมีแถบใยใสป้องกันการปลอมแปลงอยู่ ในธนบัตรจริงในแถบใยใสจะเขียนว่า USA100 ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ ส่วนธนบัตรของปลอมที่ยึดได้จะไม่พบรอยพิมพ์ USA100 ในแถบใยใส และ 4.สังเกตได้ง่ายจากตัวเลข 100 มุมล่างด้านขวา หากมีพลิกธนบัตรสีของตัวเลขจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ ส่วนของปลอมจะไม่สามารถเปลี่ยนสีได้หรือหากมีความพยายามปลอมแปลงสีให้เหมือนของจริง คุณภาพของธนบัตรปลอมจะไม่ดีและเห็นได้ไม่ชัด