ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ “Shutdown the Laundering” ตรวจค้น 24 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กวาดยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท พร้อมทรัพย์สินมูลค่าสูงจำนวนมาก ในคดีซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุดพนักงานสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน หลังพบผู้เสียหายกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาท และอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอรับเป็นคดีพิเศษในความผิดฐานแชร์ลูกโซ่และฉ้อโกงประชาชน นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยจากรายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า กรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยมีการเปิดชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเอ่ยชื่อ แต่ว่าในส่วนของผู้ต้องสงสัย ผู้ถูกสงสัยที่ยังไม่ถูกหมายเรียกกลับถูกเอ่ยชื่อมาอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายในพรรคพิจารณาเรื่องกฎหมายมาตรา 157 หากเจอเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบนั้น รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปิดท้ายว่า พนักงานสืบสวนทำทุกอย่างโดยเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งบุคคลใดก็ตามที่มีรายชื่อเกี่ยวข้อง ก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง
ด้าน กลุ่มผู้เสียหายในคดีหลอกลงทุน Forex ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มีเส้นทางการเงินจำนวน 28 ล้านบาท เชื่อมโยงรับโอนจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ภายในวันเดียว (18 ก.ค. 67) โดยอ้างว่าเป็นเงินจากการเทรดทองคำ ว่า เหตุใดจึงมีบัญชีเทรดที่ ALPFX เพราะถ้าเจ้าตัวเทรดจริง ก็จะต้องมี Statement แสดงประวัติซื้อ-ขาย และผลขาดทุนตามที่อ้าง นอกจากนี้ นายภาวุธได้มีคำสั่งถอนเงินที่ตรงกับยอด 28 ล้านบาทหรือไม่ และโบรกเกอร์ทั่วไปกำหนดให้บัญชีฝาก-ถอนต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของบัญชีเทรด (มาตรฐาน KYC สากล) ทั้งนี้ ถ้านายภาวุธไม่มีเอกสารมายืนยัน จะกลายเป็นข้อสงสัยว่าเงิน 28 ล้านบาทจาก ALPFX มาถึงบัญชีนายภาวุธได้อย่างไร โดยไม่มีบัญชีเทรดของนายภาวุธเองมารองรับ และเหตุใดต้องผ่านบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เป็นตัวกลาง ในเมื่อถ้าเทรดเอง โบรกเกอร์ก็โอนเข้าบัญชีเทรดเจ้าของได้โดยตรงอยู่แล้ว รวมถึงเหตุใดนายภาวุธจึงเลือกเทรดกับ ALPFX โดยเป็นการเทรดหลักเกือบ 30 ล้านบาท เหตุใดจึงไม่เทรดกับบริษัทที่มีชื่อเสียงมีเครดิตกว่านี้.



