สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่า นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวว่า อัตราภาษีต่างตอบแทนใหม่กับทุกประเทศและดินแดนคู่ค้า จะมีผลในวันที่ 1 ส.ค. นี้
ขณะเดียวกัน สหรัฐจะดำเนินการกับทุกประเทศและดินแดนให้เสร็จภายในวันที่ 9 ก.ค. ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาหรือการส่งหนังสือแจ้งอัตราภาษีใหม่อย่างเป็นทางการ โดยหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับประเทศใดได้ ประเทศนั้นจะเผชิญกับอัตราภาษีเดิม ตามที่สหรัฐเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย.
Bash: "Trump gave countries a 90 day pause on the sweeping tariffs…That pause ends in 3 days. What happens on Wednesday?"
— The Bulwark (@BulwarkOnline) July 6, 2025
Bessent: "If we have not reached an agreement then you will go back to the April 2 level."
Bash: "Starting when?"
Bessent: "On August 1."
Bash: "Okay.… pic.twitter.com/1WiP1HX0jx
นอกจากนี้ เบสเซนต์ยังคงเชื่อมั่นว่า การเก็บภาษีของสหรัฐจะไม่ส่งผลให้ชาวอเมริกันต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ และยืนยันว่า “จนถึงขณะนี้ เรายังไม่เห็นแม้กระทั่งการปรับราคาสินค้าขึ้นเพียงครั้งเดียวด้วยซ้ำ”
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อการค้าส่งของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น แม้ผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับภาษีส่วนใหญ่จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ ดัชนีราคาผู้ผลิต ซึ่งเป็นการวัดอัตราเงินเฟ้อค้าส่ง แสดงให้เห็นว่าราคาของผู้ผลิตปรับเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อรายปีเพิ่มขึ้นเป็น 2.6% ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงาน ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



