สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า การเดินทางเยือนสหรัฐครั้งที่ 3 ของเนทันยาฮู นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ ซึ่งทรัมป์ผลักดันให้เนทันยาฮูยุติสงครามในฉนวนกาซา โดยเขาหวังที่จะใช้ประโยชน์จากแรงกระตุ้นของการสงบศึกระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน เมื่อไม่นานมานี้

WION

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในช่วงเริ่มต้นของการเลี้ยงอาหารค่ำ ว่าข้อตกลงสันติภาพไม่มีอุปสรรคใด ๆ และเขาคิดว่าทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่า กลุ่มฮามาสเต็มใจที่จะยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซา ซึ่งเข้าสู่เดือนที่ 22 แล้ว

เมื่อทรัมป์ถูกถามว่า การปะทะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทหารอิสราเอล จะทำให้การเจรจาชะงักงันหรือไม่ ผู้นำสหรัฐตอบกลับว่า พวกเขาต้องการพบหารือ และพวกเขาต้องการหยุดยิง

ขณะที่เนทันยาฮูกล่าวว่า เขาเสนอชื่อทรัมป์ให้เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทรัมป์ตั้งไว้มานาน และมอบจดหมายที่เขาส่งไปยังคณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ ให้กับทรัมป์

“เขากำลังสร้างสันติภาพในขณะนี้ ในประเทศหนึ่ง และในภูมิภาคแล้วภูมิภาคเล่า” เนทันยาฮู กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิสราเอลมีความระมัดระวังมากขึ้นในเรื่องสันติภาพกับปาเลสไตน์ และตัดความเป็นไปได้ของการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ ที่มีอำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบ โดยให้เหตุผลว่า อิสราเอลจะควบคุมความมั่นคงเหนือฉนวนกาซา “ตลอดไป”

แม้ทรัมป์สนับสนุนเนทันยาฮูอย่างแข็งขัน โดยมอบความช่วยเหลือในสงครามครั้งล่าสุดของอิสราเอล ด้วยการทิ้งระเบิดใส่โรงงานนิวเคลียร์ที่สำคัญของอิหร่าน แต่ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ผลักดันให้ยุติสิ่งที่เขาเรียกว่า “นรกในฉนวนกาซา” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เขาเชื่อว่ามี “โอกาสดี” ที่จะบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ว ๆ นี้.

เครดิตภาพ : AFP