เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า วันที่ 9 ก.ค. สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม หรือพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข มี 2 ประเด็นหลักที่ยังเห็นต่าง จะต้องพิจารณาร่วมกัน คือ 1. จะรวมคดีมาตรา 112 ด้วยหรือไม่ 2. จะครอบคลุมการชุมนุมช่วงเวลาไหน (ถึงปี 2565 หรือ ถึงวันประกาศใช้กฎหมาย)
ต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม ประเด็นที่ 1 ถึงแม้จะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่เห็นว่าควรนิรโทษกรรมครอบคลุมคดีการเมืองทุกกลุ่ม (ยกเว้นการทำให้เกิดการเสียชีวิต) รวมทั้งคดี 112 เพราะเชื่อว่า ในบรรดาผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 ส่วนหนึ่งเป็นผู้ถูกยัดข้อหา ส่วนหนึ่งคึกคะนอง ส่วนหนึ่งหลงผิด ส่วนหนึ่งลี้ภัยไปแล้ว ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่อยากกลับเนื้อกลับตัว กลับคืนสู่สังคม แต่อาจจะมีจำนวนหนึ่ง ที่ยังมีแนวคิดตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งถ้ามีการนิรโทษกรรม ควรกำหนดเงื่อนไข ต้องไม่กระทำผิดซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้ สังคมไทยจำนวนมากยังคงไม่เห็นด้วย อาจเป็นเพราะเทิดทูนสถาบัน หรืออาจเป็นเพราะมีความเห็นต่างทางการเมืองกับเยาวชนเหล่านั้น
ประเด็นที่ 2 เห็นว่าควรครอบคลุมจนถึงสิ้นปี 2565 ไม่ควรนิรโทษถึงวันกฎหมายประกาศใช้ (ราวปลายปี 2568) มิฉะนั้นจะเป็นการตีเช็คเปล่า หรือนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มที่กำลังวางแผนล้มรัฐบาลล่วงหน้า จะทำให้คนเหล่านั้น ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เชื่อว่า สภาผู้แทนฯ จะรับเฉพาะร่าง พ.ร.บ. เพียง 2 ร่าง คือร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ไม่รวมคดี ม.112 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข) และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน
นายก่อแก้ว กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงแล้ว แม้ทั้ง 2 ร่างจะไม่รวมคดี 112 แต่ก็จะมีประชาชนได้รับการปลดล็อกจากการนิรโทษกรรมครั้งนี้สูงถึง 3,254 คน (กลุ่มพันธมิตรฯ ประมาณ 200 คน, คนเสื้อแดง ในช่วงการชุมนุม นปช. ประมาณ 1,150 คน, กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ประมาณ 221 คน และกลุ่มประชาชนคนรุ่นใหม่ ในช่วงการชุมนุมกลุ่มราษฎร 2563-2564 ประมาณ 1,683 คน)



