วันที่ 9 ก.ค. 68 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม ได้ประกาศให้พื้นที่ในจังหวัดนครพนมเป็น “เขตประสบสาธารณภัยกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย)” ภายหลังเกิดสถานการณ์น้ำหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชนในหลายพื้นที่ เนื่องจากพายุโซนร้อนที่ทวีกำลังแรงขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน รวมถึงอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

จากรายงานสถานการณ์เบื้องต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2568) พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาหว้า อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอศรีสงคราม และอำเภอเรณูนคร ครอบคลุม 17 ตำบล 111 หมู่บ้าน มีครัวเรือนประสบภัยรวม 2,561 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรเสียหายรวมกว่า 15,893 ไร่

นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขง ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 6-12 กรกฎาคม 2568 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี จากอิทธิพลของฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ตอนบนของ สปป.ลาว

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ทั้งทางแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และหากได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง