เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 9 ก.ค. 68 ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มี สส. ของพรรค 3 คน ประกอบด้วย นายชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม, น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ และนางอรอุมา บุญศิริ สส.บึงกาฬ ที่ลงมติเห็นด้วยกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ในการถอน ร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกจากระเบียบวาระที่ประชุมสภา ว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. อยู่แล้ว ซึ่งหลังจากลงมติร่างดังกล่าว ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ สส. ทั้ง 3 คน แต่เมื่อมีการประชุมพรรค จะมีการสอบถามถึงเหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร อาจเป็นเพียงการเห็นด้วยกับกาสิโนก็เป็นไปได้

เมื่อถามว่า การประชุมพรรคภูมิใจไทยครั้งล่าสุด มีการพูดคุยกันเรื่องการลงมติร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ก่อนหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงหรือความเห็นต่างระหว่างการประชุม

เมื่อถามว่า แบบนี้เรียกว่า “งูเห่า” ได้หรือยัง นายไชยชนก กล่าวว่า คงยังเรียกแบบนั้นไม่ได้ เพราะสุดท้ายก็เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. คำว่า “งูเห่า” อาจเป็นศัพท์ที่ตนไม่คุ้นชิน และหากย้อนไปในสมัยประชุมที่แล้ว ช่วงที่ตนคัดค้านกาสิโน แบบนั้นตนก็เป็นงูเห่าเหมือนกันหรือ จึงยังไม่ขอใช้คำว่า “งูเห่า” แต่ต้องสอบถามก่อนว่า การแสดงจุดยืนเป็นไปเพื่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่ และขอย้ำว่าต้องไปพูดคุยกันก่อน ตนไม่อยากตราหน้าเพื่อนสมาชิกทั้ง 3 คน ทั้งที่ยังไม่ได้คุยกัน

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าฝ่ายรัฐบาลไล่ซื้อเสียงของฝ่ายค้าน เคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวยอมรับว่า ตนก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ตนก็ไม่ได้มองเห็นทุกอย่าง เพียงแต่ได้ยินข่าวคราวมาเหมือนกัน ถ้าประเมินจากสิ่งที่เห็นก็ไม่แปลก เพราะเสียงเขาปริ่มน้ำพอสมควร แต่เป็นกลยุทธ์การเล่นการเมืองสมัยเก่าที่จะทำแบบนี้

เมื่อถามว่า หากเรียก สส. ทั้ง 3 คน มาชี้แจง แล้วไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของพรรคจะดำเนินการอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรค ซึ่งตนยังไม่ได้พูดคุย และยังไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับเรื่องแบบนี้.