ได้เวลาชักฟืนออกจากกองไฟ เพื่อประคองรัฐบาลให้ครองอำนาจได้ต่อไป จากกรณีที่สส.ฝ่ายรัฐบาลดำเนินการตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แพทองธาร 1/ 2” ให้ถอนร่างพระราชบัญญัติ (...) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.. … หรือเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ทุกคนรู้กันดีว่าปัจจัยสำคัญเป็นเพราะปัญหาของรัฐบาลเองที่ตกอยู่ในสภาวะเสียงปริ่มน้ำ หลังจากพรรคภูมิใจไทยยกพลขน 69 สส.ไปร่วมทัพฝ่ายค้าน แถมยังโดนลองของ ประเดิมวันแรกของการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญ ได้ไม่ทันไร สส.ฝ่ายค้านเห็นจังหวะเก้าอี้ของ สส.ฝ่ายรัฐบาลเงียบเหงา จึงสบโอกาสเล่นเกมขอนับองค์ประชุม จนประธานในที่ประชุมต้องรีบชิงสั่งปิดประชุมสภาหนีเหตุการณ์ “สภาล่ม” แบบหวุดหวิด

ทำให้พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ต้องเร่งแก้เกมเฉพาะหน้าด้วยการให้รัฐมนตรีที่ควบตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ ต้องยอมสละเก้าอี้ผู้แทนราษฎร ให้คนที่รอคิวถัดไปได้ขึ้นมาทำหน้าที่ในสภาฯ และกำชับ สส.ทุกคนไปจนถึงรัฐมนตรีที่สวมหมวกเป็นสส.ระบบเขต ให้หอบงานเอาเข้ามานั่งทำที่สภาในวันพุธและพฤหัสบดีที่มีการประชุมสภาด้วย

นอกจากแก้เกมการเมืองแล้ว พรรคเพื่อไทยยังต้องใช้ความเป็นรัฐบาลเร่งสร้างผลงานให้โดนใจ เรียกคะแนนเสียงจากประชาชน โดยที่ประชุมครม. “แพทองธาร 1/ 2” เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2568 ไฟเขียวอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวม 8 สาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ..2568

แถมก่อนหน้านี้ รัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท ในกทม.และหลายพื้นที่ รวมถึงกิจการบางประเภท

บวกกับการสร้างผลงานปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ และขบวนการข้ามชาติ อย่างปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกไล่ล่าจับตัว “ก๊ก อาน” ข้อหาพัวพันแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ แหล่งฟอกเงินขนาดใหญ่ งานนี้ถูกมองว่าเป็นปฏิบัติการเอาคืน “อังเคิล ฮุน เซน” แห่งกัมพูชา กลายเป็นข่าวใหญ่ที่พอช่วยกลบกระแสต่างๆที่พุ่งใส่รัฐบาลได้บ้าง

ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยยังเปิดปฏิบัติการล้างบาง “สิงห์น้ำเงิน” ในกระทรวงมหาดไทย โดยที่ประชุมครม.ไฟเขียวเห็นชอบตามที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ชงเข้มให้เด้งสายบุรีรัมย์ทั้ง “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” เข้ากรุผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แล้วโยก “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” จากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมการปกครอง และให้ “ภพชนก ชลานุเคราะห์” จากผู้ว่าฯเพชรบุรี ขึ้นเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

และต้องจับตาอีกหลายคนที่หนาวๆร้อนๆ ทั้ง “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ที่มีเสียงเล่าลือกันว่าอาจโดนดีดให้ข้ามห้วยไปเป็น “ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ที่ว่างอยู่ และยังมี “พรพจน์ เพ็ญพาส” อธิบดีกรมที่ดิน ที่ต้องลุ้นว่าจะโดนมหากาพย์ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ พ่นพิษใส่หรือไม่

โดยรวมแล้วถือได้ว่าขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ชะตาของรัฐบาลและตัวผู้นำประเทศ อย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” อยู่บนเส้นด้าย ระหว่างรอศาลรัฐธรรมนู

วินิจฉัย คดีที่ 36 สว. ขอให้ชี้ขาดสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของ “แพทองธาร” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และมาตรา 170 จากเหตุคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับ “สมเด็จฯ ฮุน เซน”

นับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าสำหรับ “รัฐบาลแพทองธาร” ต้องเร่งสร้างผลงาน เสริมศรัทธา ตุนเป็นแต้มบุญใช้สู้ศึกเลือกตั้งใหญ่รอบหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ.