สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า ซานเชซประกาศแผนต่อต้านคอร์รัปชัน แต่พันธมิตรของเขาในรัฐสภาสเปน กลับแสดงความเคลือบแคลงใจ และยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความอยู่รอดของรัฐบาลผสมฝ่ายซ้ายเสียงข้างน้อย หลังอดีตผู้ทรงอิทธิพล 2 คน และพันธมิตรใกล้ชิดของซานเชซ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวการทุจริต

วิกฤติครั้งนี้มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษสำหรับซานเชซ ซึ่งขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2561 โดยเขาให้คำมั่นว่าจะแก้ไขการเมืองสเปนให้เรียบร้อย หลังพรรคประชานิยม (พีพี) ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งสายอนุรักษนิยม ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีทุจริต

ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาสเปน ซานเชซประกาศแผน 15 ประการ ที่ร่างขึ้นโดยแผนกต่อต้านการทุจริตและความซื่อสัตย์ในรัฐบาล ของโออีซีดี ซึ่งรวมถึงการตัดสินหน่วยงานอิสระเพื่อความซื่อสัตย์ในภาครัฐ โดยซานเชซให้เหตุผลว่า กลไกที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดความไม่มีประสิทธิภาพ และสุญญากาศด้านการประสานงาน

“การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงที่ได้รับความช่วยเหลือจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จะสแกนหาช่องโหว่ในการประกวดราคาสาธารณะ” ซานเชซ กล่าว หลังอดีตผู้ช่วยคนสำคัญของเขา ต้องสงสัยว่ารับสินบนจากการมอบสัญญาที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสเปน จะถูกตรวจสอบความมั่งคั่งแบบสุ่มในทุกปี ระหว่างที่พวกเขาดำรงตำแหน่ง ส่วนพรรคการเมืองและมูลนิธิที่ได้รับเงินทุนสาธารณะมากกว่า 50,000 ยูโร (ราว 1.9 ล้านบาท) จะต้องได้รับการตรวจสอบจากภายนอก

ขณะเดียวกัน ซานเชซกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองมากขึ้น อีกทั้งจะมีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจในศาล และการปฏิรูปประมวลกฎหมายอาญา เพื่อเพิ่มความรุนแรงของบทลงโทษ สำหรับความผิดต่อการบริหารภาครัฐ.

เครดิตภาพ : AFP