เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่สถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 (สส.) พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม และ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว ร่วมสอบปากคำ และแถลงผลการจับกุม นายยุทธศักดิ์ งามขำ อายุ 39 ปี ชาว จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน

โดยจับกุมได้ที่บ้านพักใน จ.นนทบุรี พร้อมของกลาง รถโตโยต้า สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ก 2669 เพชรบุรี รถโตโยต้า อัลติส สีเทา ทะเบียน 3 กพ 1247 กรุงเทพมหานคร พระบูชา 1 องค์ ธนบัตรต่างประเทศ 23 ฉบับ กระเป๋าสตางค์ บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ นาฬิกาข้อมือ แหวนทองคำประดับเพชร 10 วง กำไรหินสีเขียว 1 วง เพชรที่บรรจุอยู่ในซองพลาสติก 7 ซอง แว่นส่องพระ ป้ายทะเบียนรถที่ใช้ติดรถขณะไปก่อเหตุ 2 แผ่น ชะแลง 1 อัน ไฟฉายคาดศีรษะ และถุงมือ หลังก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์บ้านผู้เสียหายย่านพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ของเจ้าของโรงงานกระดาษแห่งหนึ่ง ใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้ทรัพย์สินไปกว่า 5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนจนรู้ตัวก่อนนำหลักฐานขออนุมัติหมายจับเข้าจับกุมดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยจะทำทีเป็นไรเดอร์ขี่ จยย.ส่งอาหารตามบ้านเพื่อตระเวนหาเป้าหมายหมู่บ้านหรูที่ รปภ.ไม่ค่อยเข้มงวด พอเจอก็จะใช้รถยนต์ส่วนตัว เปลี่ยนป้ายทะเบียนที่หามาได้ขับตระเวนไปตามหมู่บ้านนั้นๆ รอจังหวะขับรถตามรถหรูๆ ดีๆ เข้าไปในหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงเย็นรอเวลาจนค่ำ แล้วขับวนสังเกตดูบ้านไหนไม่มีคนอยู่ ล็อกกุญแจหน้าบ้าน กระทั่ง 2 ทุ่มจะตระเวนดูซ้ำหากยังไม่มีใครกลับเข้ามาก็จะเฝ้าสังเกตดูถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ยังไม่เปิดไฟ เปิดแอร์ ประมาณ 5 ทุ่ม ก็จะงัดเข้าไปก่อเหตุ โดยจะใช้เวลาในการรื้อค้นทรัพย์สินตลอดคืนรอเวลาถึงประมาณตี 5 จะขับรถออกจากหมู่บ้านให้ดูเหมือนคนขับรถออกไปทำงานปกติ ระหว่างทางก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ทะเบียน ทยอยโยนทิ้งข้างทาง ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาก็นำไปขาย นำเงินไปใช้เที่ยวกินดื่มปกติ ซึ่งหลังก่อเหตุบ้านนี้แล้วยังไปก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ อีก 2-3 แห่ง และก่อนหน้านี้ก็เคยถูกจับคดีลักษณะเดียวกันมาแล้ว พ้นโทษออกมาปี 2562 เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับผู้คุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป ก่อนนำตัวส่งสอบสวนขยายผลดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างการแถลงผลจับกุมคนร้าย มี น.ส.จุฬาลักษณ์ ธนานิตยะอุดม อายุ 23 ปี สะใภ้เจ้าของบ้าน เดินทางมาขอดูหน้าคนร้าย พร้อมนำกระเช้าของขวัญมาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ก่อนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า บ้านที่ถูกก่อเหตุเป็นของอาอี้ ซึ่งปกติจะพักอยู่ที่โรงงาน ว่างๆ จึงจะแวะกลับเข้ามาดูบ้าน แต่พอรู้ข่าวว่าคนร้ายงัดบ้านงัดตู้เซฟเอาทรัพย์สินมูลค่ากว่า 5 ล้านบาทไป ทำให้อาอี้เครียดมากจนล้มป่วย วันนี้เจ้าตัวอยากมาดูทรัพย์สินด้วยตนเอง แต่มาไม่ไหว แต่เท่าที่ดูทรัพย์สินหายไปกว่า 5 ล้านบาท มีทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ รวมกว่า 20 บาท แหวนเพชรมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท กำไรข้อมือทอง 2 วง น้ำหนัก 6 บาท ซึ่งเป็นของเก่าที่ทำไว้สมัยอาอี้สาวๆ แต่เท่าที่ตรวจสอบของกลางวันนี้ยังไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า คนร้ายอ้างว่านำไปดาวน์รถป้ายแดง 8 แสนบาท อยู่ระหว่างขยายผลต่อไป



