เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงการแสดงวิสัยทัศน์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใน 2 เวที เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า สาระสำคัญที่นายทักษิณนำเสนอ แสดงให้เห็นว่านายทักษิณยังเป็นคนหลงยุค ยังคิดว่าประเทศไทยยุคนี้ เหมือนกับ 20 ปีที่แล้ว สมัยที่นายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ยังใช้แนวความคิด “คิดใหม่ ทำใหม่ ตามองดาว เท้าติดดิน” ทั้งที่ในความเป็นจริงโลกเปลี่ยนไปมาก ยุคนี้เป็นยุคดิจิทัล เป็นยุคโลกโซเชียล แต่นายทักษิณยังจมปลักกับแนวความคิดเดิมๆ อีกทั้งยังหลงตัวเอง พยายามพูดถึงความสำเร็จและผลงานในอดีต โดยขุดผลงานในอดีตมาขาย ตั้งแต่เรื่องโอทอป เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หรือการแก้ปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลในยุคนายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาเทียบกับยุคนี้ไม่ได้ พยายามเอาผลงานในอดีตมากลบเกลื่อน และเรียกความเชื่อมั่นให้รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

นายเทพไท กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายทักษิณขายฝัน ซึ่งเห็นได้จากการพูดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเรื่องกำแพงภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยบอกว่าใจเย็นๆ มีทางออก อย่าตกใจ และยังพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจไม่ดีว่าต้องใช้เวลา เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้คุมกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมด มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค การทำงานก็ต้องบูรณาการ และก็ต้องค่อยๆ คิด ส่วนเรื่องความมั่นคง บอกว่าการแก้ปัญหาชายแดนไม่มีเหตุรุนแรง และนายทักษิณพูดแก้ตัว จะเห็นได้จากการพูดแก้ตัว เรื่องกรณีคลิปหลุดของสมเด็จฮุน เซน เรื่องรัฐบาลพรรคเพื่อไทยชุดนี้ได้ สส. มาน้อย ทั้งที่ข้อเท็จจริงได้ยกกระทรวงทางเศรษฐกิจให้กับพรรคร่วมทั้งหมด แต่พรรคเพื่อไทยยึดกระทรวงที่ใช้อำนาจทางการเมืองเป็นหลัก เช่น กระทรวงมหาดไทย

“คุณทักษิณพยายามพูดดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอมรับเงื่อนไขในการแลกกระทรวง พูดถึงเรื่องการฮั้ว สว. พูดถึงลูกชายนักการเมืองไปประกาศว่าพ่อจะเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนกรกฎาคมนี้ พูดถึงทางออกของรัฐบาลชุดนี้ โดยการข่มขู่ว่าถ้า น.ส.แพทองธาร ไปต่อไม่ได้ จะเสนอนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเจอทางตัน ก็ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ สิ่งที่คุณทักษิณพูด สรุปได้ว่าหลงยุค หลงตัวเอง ขายฝัน แก้ตัวทั้งสิ้น” นายเทพไท กล่าว