ปัจจุบันป้ายโฆษณาที่มีแสงไฟ โดยเฉพาะป้ายไฟ LED ที่มีความสว่าง พบเห็นมากขึ้นในเมืองกรุงโดยเฉพาะย่านธุรกิจ แต่แสงไฟเหล่านี้ บางครั้งก็สร้างความเดือดร้อน และส่งผลกระทบแก่ผู้ที่อาศัยอยู่โดยรอบ เพราะบางครั้งป้ายไฟมีขนาดใหญ่แต่หันจอแสงตรงกับบ้าน คอนโดฯ ที่พักอาศัย และบางครั้งส่งผลต่อผู้ขับขี่รถยนต์ ที่อาจมีตาพร่าได้ ถ้ามองจอในระยะใกล้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้รับการร้องเรียนมาจากประชาชน ถึงปัญหาแสงไฟจากจอโฆษณา “จอ LED” ประกอบกับที่ผ่านมา ยังไม่มีการกำหนดค่าความสว่างของแสงอย่างเป็นมาตรฐาน ผู้ว่าฯ กทม.จึงได้ เสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายที่ใช้ระบบไฟฟ้าและมีแสงสว่างในตัวเองตามข้อ 17 ของกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2568 พ.ศ. …. ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) ประจำปี 2568
สาระสำคัญจัดทำขึ้นก็เพื่อกำหนดค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายที่ใช้ระบบไฟฟ้าและมีแสงสว่างในตัวเองตามกฎกระทรวงดังกล่าว เป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมได้บัญญัติไว้ รายละเอียดระบุ ป้ายที่ใช้ระบบไฟฟ้าและมีแสงสว่างในตัวเองตามข้อ 17 ของกฎกระทรวง ว่าด้วย การควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2558 ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้าย ดังต่อไปนี้

• ช่วงเวลาตั้งแต่ 07.00 น. ถึงก่อนเวลา 19.00 น. ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 5,000 แคนเดลาต่อ ตร.ม.
• ช่วงเวลาตั้งแต่ 19.00 น. ถึงก่อนเวลา 07.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต้องมีค่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายสูงสุดไม่เกิน 500 แคนเดลาต่อ ตร.ม.
ส่วนป้ายที่มีค่าแสงสว่างนอกจากที่กำหนดไว้ให้ถือว่าแสงสว่างของป้ายนั้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อบริเวณข้างเคียง หรือรบกวนการมองเห็นสภาพการจราจรของผู้ขับขี่ยานพาหนะจนอาจส่งผลต่อการควบคุมหรือขับขี่ยานพาหนะ
สำหรับการบังคับใช้นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญฯ โดยใช้ระยะเวลา 60 วัน ก่อนที่จะนำร่างข้อบัญญัติฉบับนี้กลับเข้าสู่สภากรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นชอบอีกครั้ง
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการออกข้อบัญญัตินี้ว่า เรื่องของกฎหมายควบคุมแสงสว่างของป้ายมีอยู่ในกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยกำหนดว่าแสงสว่างที่ออกจากป้ายต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญและไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในการขับขี่

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแสงไฟของป้ายโฆษณาร้องเรียนเข้ามา ซึ่งถือเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีมาตรฐานกำหนดค่าแสงไฟ การแก้ไขปัญหาจึงเป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการพูดคุยและพิจารณาแก้ไขเป็นจุดๆ ไป
อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศได้มีมาตรฐานกำหนดความสว่างของป้ายอยู่ ดังนั้นผู้บริหารจึงเห็นว่า ควรออกกำหนดค่าความสว่างให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อลดการใช้ดุลพินิจและผู้ปฏิบัติก็ทำงานง่ายขึ้น ผู้ประกอบการก็รู้ว่าสามารถใช้ความสว่างได้ไม่เกินค่าเท่าไหร่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้ออกร่างข้อบัญญัติตัวนี้ขึ้นมา ซึ่งร่างฉบับนี้ได้มีการรับฟังความเห็นทั้งจากประชาชนและผู้ประกอบการโดยมีการกำหนดให้กลางคืนจะมีค่าแสงสว่างน้อยลงโดยไม่เกิน 500 แคนเดลาต่อ ตร.ม. ส่วนกลางวันไม่เกิน 5,000 แคนเดลาต่อตร.ม.

“การออกข้อบัญญัตินี้ เนื่องจากกฎกระทรวงไม่ได้มีการพูดถึง ขณะเดียวกันทราบว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง ก็มีการร่างกฎกระทรวงตัวนี้อยู่ด้วยเช่นเดียวกันแต่ยังไม่ออกมา เนื่องจากกฎกระทรวงต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ทั้งนี้สิ่งที่เราพูดถึงคือความสว่างของป้ายอย่างเดียวเช่น ป้าย LED ป้ายโฆษณาที่มีแสงในตัวไม่รวมถึงป้ายโฆษณาที่มีไฟส่อง ถามว่าแล้วป้ายไหนบ้างเราก็จะดูจากคำจำกัดความของป้าย ตามกฎหมายควบคุมอาคารซึ่งจะมีระบุว่ามีป้ายไหนที่เข้าข่ายบ้าง ซึ่งข้อบัญญัตินี้ เราก็ทำออกมาเพื่อช่วยขยายความให้มากขึ้นว่า ความสว่างที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญต้องไม่เกินเท่าไหร่ ส่วนระยะเวลาที่จะเริ่มบังคับใช้นั้น ต้องรอให้สภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบก่อน หลังจากนั้นจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าน่าจะไม่เกินช่วงปลายปีนี้”
ทีมข่าวชุมชนเมืองรายงาน



