จากกรณี ดร.พระมหาทิวากร ดีไพร เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท หมู่ที่ 5 ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตกเป็นหนึ่งในพระภิกษุสงฆ์ที่มีรายชื่อเส้นทางการโอนเงินให้กับสีกากอล์ฟ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่บริเวณศาลาอเนกประสงค์วัดใหญ่จอมปราสาท ร.ต.ประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นประธานในการประชุมพหุพาคี ประกอบด้วย พระครูสาครสุตกิจ เจ้าคณะตำบลท่าฉลอม เจ้าอาวาสวัดน้อยนางหงส์ น.ส.สวาท แซ่ตัน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสาคร นายคนึง ทองเที่ยง ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.โสภาส ถนนทิพย์ สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.สมุทรสาคร ผู้แทนนายกเทศมนตรีตำบลท่าจีน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าจีนและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อวางแนวทางการในการทำความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อเป็นการวางแนวทางในการบริหารจัดการวัด ในระหว่างเกิดสภาพสุญญากาศ เนื่องจากเจ้าอาวาสหายออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ พระมหาทิวากร-ดีไพร-เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปรา-905x1280.jpg

โดย ร.ต.ประพันธ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาสร้างกระบวนการรับรู้ที่ถูกต้องมาสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพราะข่าวที่ออกมาสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก โดยข่าวที่ออกไป เราจับคำถามได้ อาทิ 1.ท่านเจ้าอาวาสไปไหน ท่านได้แจ้งลากับทางเจ้าคณะอำเภอไว้ผ่านทางเลขาเจ้าคณะอำเภอว่าท่านลาไปปฏิบัติศาสนกิจที่ต่างจังหวัด โดยแจ้งไว้เมื่อวาน (10 ก.ค. 68) ก่อนออกไปก็ได้มอบหมายให้พระแผน ซึ่งเป็นพระลูกวัดฯเป็นผู้ดูแลปฏิบัติหน้าที่แทน

2.เรื่องยกเลิกเวียนเทียน ก็ได้มีการจัดเตรียมสถานที่ประดับไฟ พอมีเหตุเกิดขึ้นทางพระที่อยู่ก็ไปกันไม่ถูก พอขาดประธานดำเนินการก็เลยไม่ได้จัด 3.เรื่องแต่งตั้งไวยาวัจกร วัดแห่งนี้เคยมีไวยาวัจกรและมีกรรมการวัดมาก่อน ทีนี้ได้ลาออกไปเมื่อปี 2564 เพื่อไปลงเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ได้อนุมัติให้ลาออกไปและจนปัจจุบันยังไม่มีไวยาวัจกรที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องมาช่วยดูแลดำเนินการเรื่องต่าง ๆ มีเพียงผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเท่านั้น จึงไม่ถือว่ายังไม่เป็นผู้มีอำนาจในส่วนดังกล่าว และ 4 .ขอให้ช่วยกันทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

ขณะที่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่วัดใหญ่จอมปราสาทนั้น เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการประกาศยุติพิธีเวียนเทียน จากนั้นเจ้าหน้าที่ของทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาครและผู้ใหญ่บ้าน ได้เข้าไปที่วัดใหญ่ฯ เพื่อปิดล็อกห้องเจ้าอาวาสไว้ก่อน เกรงว่าทรัพย์สินภายในของท่านอาจจะสูญหายได้ นอกจากนี้เมื่อช่วงเช้าซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา ก็มีประชาชนมาทำบุญตักบาตรเช่นเดิมแม้จะดูบางตาไปบ้าง อีกทั้งยังมีผู้นำต้นเทียนมาถวาย สืบสานประเพณีวันเข้าพรรษา

สำหรับประวัติ ดร.พระมหาทิวากร ดีไพร เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท ฉายา อาภทฺโท อายุ 59 ปี เป็นครูสอนบาลี มีวุฒิการศึกษาทางธรรม เป็นนักธรรมเอก สอบได้เมื่อปี พ.ศ. 2532 ส่วนเปรียญธรรม 9 สอบได้ปี พ.ศ. 2544 และได้รับปริญญาเอก เมื่อปี พ.ศ. 2560 จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ขณะที่ พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร อ.บ้านแพ้ว ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าวตนรับทราบเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ตั้งใจว่าหมดงานเข้าพรรษา จะเรียกประชุมพระสังฆาธิการทั้งจังหวัด เพื่อหารือถึงกรณีที่เกิดขึ้นและวางแนวทางที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น แม้ปัจจุบันนี้จะสั่งการให้ทุกวัดแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายทุก ๆ 2 เดือนแล้ว ส่วนความเคลื่อนไหวของพระมหาทิวากรฯ เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาทนั้น ไม่ทราบว่าขณะนี้ท่านไปอยู่ที่ใด เพราะไม่ได้รับการติดต่อจากท่านเลย มีเพียงบุคคลใกล้ชิดกับพระมหาทิวากร โทรศัพท์มาบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่ไม่ลึกมากนัก

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ BB-42-1280x721.jpg

ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่า พระมหาทิวากรนั้น ท่านเป็นพระที่มีอัธยาศัยดี ช่วยเหลืองานของสงฆ์เป็นอย่างดีเสมอมา โดยเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ ที่ท่านจะเป็นพระพิธีกรในงานพิธีการที่มีการประชุมพระสงฆ์ของจังหวัด ส่วนปัญหาส่วนตัวท่านนั้น เท่าที่พอทราบผ่านมานานกว่า 2 ปีแล้ว คือ ท่านเคยขอยืมเงินพระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน อาตมาก็ได้เรียกท่านมาพูดคุยตักเตือน จากนั้นก็ไม่มีปัญหาใดๆ อีกเลย กระทั่งมาทราบเรื่องเมื่อเย็นวานนี้ โดยอาตมามองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเกิดจากความหย่อนยาน หากทุกคนพึงรู้ในหน้าที่ของตนเอง พระสงฆ์รู้ในหน้าที่ของสงฆ์ที่พึงกระทำและไม่พึงกระทำ ฆราวาสพึงรู้หน้าที่ที่พึงกระทำหรือไม่พึงกระทำ ก็จะไม่มีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น

ดังนั้น จึงอยากฝากเตือนทั้งคณะสงฆ์และผู้ที่อยู่ทางโลกทุกคนว่า จงมีสติในการกระทำทุกอย่าง พึงรู้หน้าที่ของตนเอง และที่สำคัญคือ การกระทำของคนบางคนอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียของคนกลุ่มใหญ่ จึงต้องการให้ทุกท่านพึงตัดสินที่การกระทำของแต่ละคน อย่าเหมารวม ทุกคนต้องร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป และต้องร่วมกันทำให้สังคมนี้เป็นสุขอย่างยั่งยืน แล้วสถาบันสำคัญชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จะพึงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป หากพระมหาทิวากร เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท เชื่อมั่นว่าตนเองนั้นไม่ได้กระทำการอันเป็นปาราชิก ก็ขอให้กลับมาพิสูจน์กับความเป็นจริง สู้กับสิ่งที่เผชิญอยู่ในตอนนี้ และกลับมาพิสูจน์เส้นทางการเงินให้สังคมได้รับทราบ.