สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า กระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า ชาวเอธิโอเปียทั้งสองคนถูกประหารชีวิตในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้ยอดรวมชาวต่างชาติที่รับโทษประหารชีวิตของประเทศ นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2568 อยู่ที่อย่างน้อย 101 ราย
“นายคาลิล กาซิม มูฮัมหมัด โอมาร์ และนายมูราด ยาคุบ อดัม ซีโย ซึ่งทั้งคู่ถือสัญชาติเอธิโอเปีย ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบนำกัญชาเข้ามาในซาอุดีอาระเบีย โดยหลังจากการยื่นคดีความ ศาลจึงยืนยันข้อกล่าวหาข้างต้น และตัดสินประหารชีวิตพวกเขา” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ ข้อมูลของเอเอฟพีเผยให้เห็นว่า ในปีนี้ ซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตผู้ต้องหาไปแล้ว 189 ราย ซึ่งรวมถึงชาวซาอุดีอาระเบีย 88 ราย และจำนวนการประหารชีวิตของประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
'We are witnessing a truly horrifying trend, with foreign nationals being put to death at a startling rate for crimes that should never carry the death penalty' – Dana Ahmed#SaudiArabia https://t.co/cQSvhoBBRI
— News From Amnesty (@NewsFromAmnesty) July 8, 2025
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นางคริสทีน เบกเคอร์เล รองผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” ประจำตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ วิพากษ์วิจารณ์การประหารชีวิตที่พุ่งสูงขึ้น โดยเรียกว่าเป็น “การใช้โทษประหารชีวิตที่โหดร้ายอย่างไม่ลดละ” หลังการพิจารณาคดีที่ไม่ยุติธรรมอย่างร้ายแรง
อนึ่ง ทางการซาอุดีอาระเบีย กลับมาดำเนินการประหารชีวิตสำหรับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกครั้ง เมื่อช่วงปลายปี 2565 หลังจากระงับโทษสูงสุดดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 3 ปี
ขณะที่แอมเนสตี้เน้นย้ำว่า ชาวต่างชาติต้องเผชิญกับอุปสรรคเพิ่มเติม ในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมในซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดความโปร่งใสในระบบตุลาการ และสถานะที่ไม่ใช่พลเมืองของประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



