เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 1 ส.ค. มองว่าประเทศไทยสามารถเจรจาได้ทันหรือไม่ ว่า คำเสนอที่ปรับปรุงใหม่ส่งไป เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเดดไลน์ขยายจากวันที่ 9 ก.ค. เป็นวันที่ 1 ส.ค. จึงมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3 สัปดาห์ คิดว่าทัน ซึ่งตนได้เสนอไปแล้วว่า ควรจะนำข้อเสนอที่ส่งไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค. นั้น ขึ้นมาดูอีกครั้งหรือไม่ เพราะเป็นเหมือนโอกาสท้ายๆ โดยทางภาครัฐได้มีการประชุมที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 11 ก.ค. และตนคิดว่า ทางรัฐบาลได้ตอบสนองต่อความเห็นของภาคส่วนต่างๆ ถึงความสำคัญของการทำข้อเสนอ รวมถึงความครบถ้วนของเนื้อหา และรับฟังความเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย เช่น เรื่องสินค้าเกษตร ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะรับฟังให้ครบถ้วน และยื่นข้อเสนออย่างรอบคอบ 

เมื่อถามว่า คิดว่าในข้อเสนอใหม่จะทำให้ทางสหรัฐอเมริกาลดภาษีลงหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า เราก็หวังที่เขาจะพิจารณาข้อเสนอที่ส่งไปใหม่ด้วยดี เพราะจากที่ได้ฟังข้อเสนอนั้นมีการเปลี่ยนแปลง และน่าจะลดลงจากเดิม ส่วนจะลดลงแค่ไหนก็ต้องรอดู

นายนพดล กล่าวว่า ข้อเสนอของภาษีสหรัฐอเมริกา จะกระทบต่อคนไทยทุกคน ซึ่งรัฐบาลใช้แนวคิดของร้านตัดผม คือหลายหัวดีกว่าหัวเดียว เป็นการระดมสมองจากทุกภาคส่วน ทุกคนทุกระดับ รับฟังความเห็นเยอะๆ แต่ท้ายที่สุด ทีมรัฐบาลหรือทีมไทยแลนด์ ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการกลั่นกรองข้อเสนอที่เป็นทางการของเราให้กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องมีหลักคิด คือรับฟังและสื่อสารให้ครบ เพราะที่ผ่านมาตนมีความรู้สึกว่าการสื่อสารขั้นตอนการทำงานสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากข้อเสนอนั้นเยอะ ส่วนเรื่องเรื่องสินค้าการเกษตรนั้น เกษตรกรไทยเป็นผู้ที่น่าสงสาร เราต้องปกป้องคุ้มครองกระดูกสันหลังของชาติ ฉะนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญกับประโยชน์และอนาคตของเกษตรกร เพราะเป็นเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งทางรัฐบาลต้องไม่เอาประโยชน์ของเกษตรกรไปแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ทางด้านอื่น

“ไม่มีครั้งไหนในด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่คนจำนวนน้อยไปเจรจาในเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่จะกระทบถึงคนไทยมากที่สุดเท่ากับครั้งนี้ จึงมีความจำเป็นต้องฟัง และสื่อสาร” นายนพดล กล่าว