เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 68 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง ระบุว่า เตือน ชัยเกษม ระวังอกหักซ้ำสอง
ผมได้ฟัง นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร ระบุเป็นหนึ่งในทางเลือก ที่จะเป็นทางออกของสถานการณ์การเมืองไทย ว่า “เรื่องยังไม่เกิดขึ้น ยังไปไม่ถึงจุดนั้น อย่าเพิ่งมาถาม รอให้ไปถึงจุดนั้นก่อนค่อยว่ากัน อย่าไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้า” นายชัยเกษม ยังกล่าวต่อไปว่า “ยังไม่ได้พูดคุย และยังไม่เคยคุยกับนายทักษิณ ต่อสถานการณ์จะไปถึงจุดนั้นหรือไม่ หากเกิดขึ้นจริงก็พร้อมทำงานให้ประเทศ โดยไม่มีเงื่อนไข สุขภาพไม่มีปัญหา แข็งแรงดี แต่ถ้าไม่เกิดขึ้นก็ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวต่อไป”
เมื่อได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของ นายชัยเกษม แล้ว เชื่อว่า นายชัยเกษม รู้สึกมั่นใจว่า รอบนี้ถ้าหาก นางสาวแพทองธาร เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ไม่สามารถไปต่อได้ ก็คงจะถึงคิวตัวเองที่จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่อทันที แต่ว่าในฐานะที่เป็นนักวิเคราะห์การเมือง ซึ่งได้ติดตามการเมืองมาโดยตลอด ก็อยากจะเรียนข้อมูลกับ นายชัยเกษม ว่า การที่ นายทักษิณ ยกชื่อ นายเกษม ขึ้นมาเป็นทางออกของสถานการณ์ทางการเมือง น่าจะเป็นเรื่องของการต่อรองกับฝ่ายอนุรักษนิยมมากกว่า นายชัยเกษม คงจะเป็นตัวล่อ หรือเป็นบุคคลหนึ่งที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ นายทักษิณ จะนำไปเป็นเงื่อนไขต่อรองกับฝ่ายอนุรักษนิยม
เพราะฉะนั้น นายชัยเกษม อย่าเพิ่งดีใจ เงื่อนไขเรื่องสุขภาพ และเงื่อนไขเรื่องทัศนคติต่อมาตรา 112 ล้วนเป็นข้ออ้างและเกมทางการเมืองทั้งสิ้น นายชัยเกษม คงรู้ดีว่า หลังจาก นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว คิวต่อไปควรจะเป็น นายชัยเกษม แต่ชื่อของ นายชัยเกษม กลับถูกเป็นตุ๊กตาหรือรายชื่อที่นำมาสับขาหลอกกับฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งตอนนั้น นายทักษิณ หยิบชื่อ นายชัยเกษม ขึ้นมาก็เพื่อไม่ให้สังคมนินทาว่า เมื่อ นายเศรษฐา พ้นจากตำแหน่งแล้ว หยิบยกชื่อของ นางสาวแพทองธาร ขึ้นมาทันที จึงจำเป็นต้องนำชื่อของ นายชัยเกษม ออกมาเป็นตัวล่อก่อน และสุดท้ายก็อ้างปัญหาเรื่องสุขภาพ และทัศนคติต่อมาตรา 112 ทำให้ชื่อ นายชัยเกษม ถูกปฏิเสธไป จึงทำให้ชื่อของ นางสาวแพทองธาร เข้ามาแทน
ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากเงื่อนไขของฝ่ายอนุรักษนิยม ไม่ยอมให้แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายทักษิณ คงนำชื่อของ นายชัยเกษม ไปต่อรองกับฝ่ายอนุรักษนิยมอีก เพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ และอยู่ภายใต้ร่มเงาของฝ่ายอนุรักษนิยมต่อไป
จึงเตือนมายัง นายชัยเกษม ได้เตรียมตัวเตรียมใจ รองรับเกมการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งไม่อยากจะให้ นายชัยเกษม ผิดหวังซ้ำสอง หรืออกหักทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง จึงฝากมาในฐานะที่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน.



