ซุ่มเงียบในถ้ำ “จันทร์ส่องหล้า” มาพักใหญ่ หลังเกิดประเด็นร้อนแรงปมคลิปเสียง “อังเคิลกับหลาน” จนล่าสุดเป็นไฟท์บังคับ ต้องออกมาช่วย “ลูกอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม
“นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดหน้ารับประกัน ว่า “ตัวเองคือทางรอดของประเทศ” พร้อมส่งสัญญาณต่อรองพื้นที่กับผู้มีอำนาจ และกล้าที่จะเล่นการเมืองทุกรูปแบบ แม้จะต้องดึงเสียงงูเห่ามาเติมเสียงให้รัฐบาล ทั้งที่ตัวเองเคยรังเกียจก็ตาม ผ่านข้อเสนอ 3 แนวทางผ่าทางตันประเทศ เพื่อลากให้รัฐบาลเป็นง่อยนี้เดินต่อไปได้
แนวทางแรก หาก “ลูกสาว” รอดจากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ตามมาจะบริหารรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพหรือไม่ ด้วยจำนวนเสียงปริ่มน้ำ ล่าสุดเสียงที่จะถอนกฎหมายกาสิโน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นนโยบายเรือธง ได้เสียงเพียง 253 เสียง ขณะที่เสียงกึ่งหนึ่งของสภาฯ มี 248 เสียง เกินมา 5 เสียงเท่านั้น หลังเพิ่งได้งูเห่ามาเพิ่มอีก 3 ตัวจาก “พรรคภูมิใจไทย”
รวมถึงก่อนหน้านี้ ในวันเปิดประชุมสภาฯ วันที่ 3 ก.ค. ประธานในที่ประชุมสภาฯ ต้องสั่งปิดประชุมกระทันหัน หนี “สภาฯล่ม” หลัง “ฝ่ายค้าน” เสนอนับองค์ประชุม
แม้ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้ประกาศกลางที่ประชุม “พรรคเพื่อไทย” เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ขอความร่วมมือ พร้อมกำชับกับ สส. และรัฐมนตรีของพรรค ห้ามป่วย ห้ามขาด และห้ามตาย ถึงขนาดย้ำให้ “รัฐมนตรี” ยกเอกสารมาทำงานที่สภาฯ แต่ สุดท้ายก็สร้างความอับอายให้กับประชาชนมาแล้ว
แนวทางเดินที่ 2 หาก “นายกฯอิ๊งค์” ไม่รอด พร้อมดัน “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยคนสุดท้าย นอกจากจะถูกพรรคร่วมรุมทึ้งเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว ไม่แน่ครั้งนี้ “พรรคร่วมรัฐบาล” อาจขอเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย หรือ คมนาคมหรือไม่ เพื่อให้ “พรรคเพื่อไทย” ได้ตำแหน่ง “นายกฯ”
อีกทั้งหากทำสำเร็จ ก็จะได้หน้าตารัฐบาลสภาพเดิม จะบริหารประเทศได้หรือไม่ และล่าสุด “ชัยเกษม” ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมทำหน้าที่ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีอำนาจตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้ใครมาบงการ ไม่ทราบว่า สุดท้าย “ทักษิณ” จะกล้าใช้บริการหรือไม่
ขณะที่แนวทางที่ 3 “ยุบสภาฯ” เพื่อคงอำนาจ “รัฐบาลรักษาการ” อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่มีคำถามว่า ใครจะใช้อำนาจนี้ เพราะ “นายกฯอิ๊งค์” ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่ “ศาลฯ” ตัดสินให้รอดจากคดี
หรือหาก “ศาลฯ” ตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาราชการแทนนายกฯ จะกล้าใช้อำนาจหรือไม่ เพราะสุ่มเสี่ยงกระทำผิดรัฐธรรมนูญ และ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หลัง “เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา” บอกว่า อำนาจ “รักษาการแทนนายกฯ” ไม่สามารถทำได้
ด้วยวิกฤติที่ถาโถมเข้ามาที่ “ลูกสาว” และ “รัฐบาล” อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง และยังไม่เห็นทางออกจากปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเมือง เศรษฐกิจจากภาษีทรัมป์ นโยบายต่างๆไม่สามารถผลักดันได้ ทั้งเรื่องแจกเงินหมื่น หรือ กฎหมายคอมเพล็กซ์ ที่รวมกาสิโนอยู่ด้วย
รวมถึงปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ที่เกิดจากความขัดแย้งของ “ผู้นำสองตระกูล” จนสร้างความเสียหายสองประเทศ ทั้งเรื่องการค้า และยังไม่แน่จะเกิดสงครามหรือไม่ รวมถึง “สมเด็จฮุน เซน” จะปล่อยอะไรมาอีกหรือไม่ หากผู้นำยังเป็นคนใน “ตระกูลชินวัตร” ย่อมกระทบต่อประเทศอย่างแน่นอน
ฉะนั้นการดิ้นหาออกให้ประเทศของ “พ่อนายกฯ” จริงๆแล้วเป็นการหาช่องทางให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไปหรือไม่ และหากยังไม่มีใครคิดเสียสละ อีกไม่นานประเทศจะถึงทางตัน รวมถึง “ตัวเอง” และ “ตระกูลชินวัตร” อาจต้องปิดฉากด้วยเช่นกันหลังคดีความต่างๆใกล้งวดเข้ามาเต็มที



