อาการเจ็บป่วยหนึ่งที่คนทั่วโลกเป็นกันมาก คือฟันผุ ซึ่งเป็นปัญหากวนใจมากตั้งแต่อาการเสียวฟัน ไปจนถึงอาการปวดฟันที่ปวดตื้อๆ ราวกับหนอนค่อยๆ ชอนไชกินเส้นประสาท ปวดจนยากจะควบคุม การปวดฟันสร้างความทุกข์ทรมานอย่างมาก และยังทำให้กินอาหารไม่อร่อย กินได้ไม่เต็มที่
ฟันมีหน้าบดเคี้ยวอาหาร ช่วยระบบการย่อยอาหาร หากมีฟันผุหรือสูญเสียฟันไปก็จะบดเคี้ยวอาหารได้ไม่ละเอียดพอ เมื่อทานอาหารไม่ได้ ร่างกายก็จะไม่ได้รับสารอาหารสิ่งที่เป็นประโยชน์ ส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรมลง
เราต้องดูแลรักษาช่องปากดีๆ นอกจากเป็นเครื่องมือสำคัญในระบบบดเคี้ยว ฟันยังมีส่วนต่อบุคลิกภาพ ทั้งรูปลักษณ์ รอยยิ้ม การออกเสียง หมั่นพบพบทันตแพทย์ตรวจสอบ ขูดหินปูนหรือเชคฟันผุก่อนมีอาการ ฟันผุแม้เป็นรอยเล็กๆ ยังไม่รู้สึกอะไรก็ต้องรีบรักษา อย่าผัดวันประกันพรุ่ง มิฉะนั้นแทนที่จะได้รักษาดีๆ กลายเป็นต้องทรมานไปรักษารากฟัน ทั้งเสียเวลาทั้งเจ็บกว่าเดิมเวลาโดนขูดคลองรากฟัน ค่ารักษาก็แพง แค่เดือยก็หลายพัน แถมต้องครอบฟันอีก
หรือหากปล่อยไว้นานเกินไปต้องถอน จะใส่ฟันปลอมก็ไม่ได้สะดวกดีเหมือนฟันจริง หากจะใส่ฟันปลอมแบบฝังรากเทียมก็แพง สิทธิฟรีทางทันตกรรมยังไม่ครอบคลุมทุกอย่าง รักษาไว้ก่อนจะต้องแก้ไขดีกว่า
ปัจจัยของฟันผุ เกิดจากเศษอาหาร น้ำตาล ในช่องปากที่ทำความสะอาดไม่หมดกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย เกิดได้โดยเฉพาะตามซอกฟันหรือรอยไม่เรียบของกราม หากปล่อยให้ฟันผุกร่อนไปเรื่อย จะขยายไปถึงโพรงประสาทฟัน เกิดอาการอักเสบ รากฟันเป็นหนอง ส่งผลต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น ตา โพรงไซนัส และสมอง
ข้อมูลจาก ทันตแพทย์หญิงนฤมล ทวีเศรษฐ์ งานทันตกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า “อาการปวดฟันจากฟันผุ หากปล่อยให้ลุกลามจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เชื้อโรค จะแพร่กระจายตามกระแสเลือดไปตามอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญ อย่างเช่น ส่งผลเสียต่อโรคหัวใจ จากที่มีการตรวจพบเชื้อโรคที่ทำให้เกิดฟันผุ ‘สเตร็ปโตคอคคัส’ ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวที่ตรวจพบที่เยื่อบุหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ
อย่างไรก็ตาม คงต้องมีความเข้าใจกันก่อนว่า โรคหัวใจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แม้ว่าจะมีการศึกษาติดตาม แต่ในทางวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันข้อมูลรับรองว่าฟันผุทำให้เกิดโรคหัวใจได้หรือไม่ แต่พบว่ามีผลเสียต่อโรคหัวใจ เมื่อใดที่เลือดออกในช่องปาก เชื้อแบคทีเรียในช่องปากเข้าไปในกระแสเลือดได้ และเมื่อผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการปวดฟันมาเข้ารับการรักษา อาจต้องให้ผู้ป่วยรับประทานยาปฏิชีวนะก่อนการทำฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ”
ข้อแนะนำจากทันตแพทย์ คือ ควรแปรงฟันให้สะอาดถูกวิธี ต่อมาคือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และควรตรวจฟันทุก 6 เดือน แปรงฟันต้องแปรงให้ถึงซอกฟัน แปรงฟันให้นานพอและถูกวิธี และแปรงฟันให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แต่ถ้าสามารถแปรงฟันได้หลังมื้ออาหารทุกครั้งก็จะดีที่สุด
อีกทั้งการเลือกแปรงสีฟันควรเลือกแปรงขนอ่อน เวลาที่แปรงฟันก็ควรแปรงในลักษณะหมุนให้ขนแปรงซอกซอนไปตามร่องเหงือก แล้วปัดขนแปรงออกจากตัวฟัน ดูแลฟันของตัวเองให้ดี ระบบบดเคี้ยว มีผลต่อสุขภาพโดยรวม.



