เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้แทนสมาคมการค้ายาสูบไทย และภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ และการยาสูบแห่งประเทศไทย ได้เดินทางพบตน เพื่อยื่นรายชื่อบัญชีผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ และร่วมหารือแนวทางยกระดับการปราบปรามการจำหน่ายบุหรี่เถื่อนให้มีประสิทธิภาพ โดยผู้แทนจาก 3 หน่วยงาน ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง จนเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ทำให้สถิติการขายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งในร้านค้าและช่องทางออนไลน์ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่คณะผู้แทนดังกล่าว ยังกังวลเรื่องการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบและสกัดกั้นอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับความสำเร็จในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสถิติการจำหน่ายลดลง เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ และผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการภายใต้กรอบของกฎหมาย

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจังต่อเนื่อง จึงขอให้ทางสมาคมและภาคีเครือข่ายดังกล่าว ร่วมมือกับรัฐบาล รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ในการสกัดกั้นและปราบปรามอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการยื่นข้อมูลของสมาคมการค้ายาสูบไทยร่วมกับภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ เป็นการส่งข้อมูลการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนผ่านระบบออนไลน์ที่มีการรวบรวมไว้อยู่แล้ว จากรายงานที่นำเสนอพบการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนจากผู้จำหน่ายรายใหญ่ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สตูล สงขลา พัทลุง ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช.



